เศรษฐกิจเวียดนามจะยังคงเผชิญกับความท้ายทายในอีกหลายด้าน

ในระหว่างการประชุมด้านเศรษฐกิจซึ่งจัดขึ้นที่นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา บรรดานักเศรษฐศาสตร์ของเวียดนาม คาดการณ์ว่า ในปี 2556 เศรษฐกิจของเวียดนามจะยังคงเผชิญกับผลกระทบจากทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกและความย่ำแย่ของเศรฐกิจในประเทศ ดร.เจิ่น ซู หลิก หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการเศรษฐกิจของสภาแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลเวียดนามได้ประกาศแผนปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และตั้งเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอีก 7 ปีข้างหน้า โดยในอีก 3 ปีนับจากนี้ เวียดนามจะให้ความสำคัญกับการปฎิรูปการลงทุนสาธารณะ ระบบการเงินการธนาคารทั้งในธนาคารของภาครัฐและธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกัน นโยบายทางเศรษฐกิจของเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนช่วยในการสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ นโยบายการปรับปรุงโครงสร้างทางการตลาดของเวียดนาม จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงสัดส่วนทางการตลาดเพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุนด้วยอัตราค่าธรรมเนียมที่ลดลง ซึ่งแผนการนี้จะต้องดำเนินการก่อนถึงปี 2557 ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานของเวียดนามจะต้องได้รับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพของแรงงานให้เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะลดลงอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 – 7 เช่นเดียวกับอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินด่งของเวียดนามและเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มความผันผวนในปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 2-3 ดังนั้น บรรดาผู้ประกอบการจึงควรมีแผนในการดำเนินธุรกิจที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินธุรกิจในระยะกลาง

นาย เจิ่น แท็ง ห่าย รองอธิบดีกรมการนำเข้า – ส่งออกของเวียดนาม กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม กล่าวว่า สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรปได้ออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคสินค้า ซึ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับเวียดนามในการขยายตลาดการส่งออก ขณะเดียวกัน การลงทุนจากต่างประเทศในเวียดนามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องมีนโยบายในการสนับสนุน ดังนั้น รัฐบาลเวียดนามจึงควรให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาด้านเงินทุน รวมถึงกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาหนี้เสีย และพัฒนาสินค้าส่งออกให้มีคุณภาพ

นาย Deepak Mishra หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกประจำเวียดนาม กล่าวเตือนว่า การผ่อนปรนทางการเงินอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้ คุณภาพในสถาบันสินเชื่อถือเป็นสิ่งท้าทายที่สำคัญของเวียดนาม ปัญหาหนี้สาธารณะอาจเพิ่มสูงขึ้น หากอัตราหนี้เสียในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจอยู่ในระดับสูง เพื่อแก้ไขกับปัญหาดังกล่าว เวียดนามจึงควรจัดตั้งบริษัทรับซื้อหนี้เสีย โดยจะต้องระบุถึงที่ข้อมูลทางการเงินของหน่วยงานที่ชัดเจน นอกจากนี้ ภาคการเงินการธนาคารควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในการสร้างระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ

6 มีนาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ