
เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้อนุมัติกฤษฎีกาว่าด้วยการกำจัดขีดจำกัดทางการถือหุ้นในบริษัทสำหรับชาวต่างชาติ ทำให้สามารถถือหุ้นใหญ่ในบริษัทในเวียดนามได้สูงสุดร้อยละ 100 จากเดิมที่จำกัดอยู่ที่ร้อยละ 49 และภายในเดือนกรกฎาคม 2558 เวียดนามยังจะประกาศใช้กฎหมายลงทุนฉบับแก้ไขเพื่ออำนวยความสะดวกผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น
กฎหมายฉบับใหม่ที่ประกาศใช้เมื่อเดือนมิถุนายน ได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบทางการลงทุนของนักลงทุนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะด้านเงินมัดจำระหว่างประเทศและการประเมินคุณภาพเครื่องมือเทคโนโลยี หรือข้อตกลงในการทำธุรกิจ รวมถึงระบุธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติสามารถดำเนินการได้และธุรกิจที่ถือเป็นความผิดอย่างชัดเจน ตลอดจนระบุถึงกระบวนการถือหุ้นว่า หากผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติร้อยละ 51 ขึ้นไป ให้ถือว่าเป็นบริษัทที่ลงทุนโดยต่างชาติ กฎหมายยังได้ปรับปรุงการจดทะเบียนธุรกิจของผู้ประกอบการ ให้ระบุถึงข้อมูลสำคัญซึ่งรวมถึงสถานที่ตั้ง สำนักงานใหญ่ กระบวนการถือหุ้น และประเภทธุรกิจในคำร้องจดทะเบียนด้วย
กฎหมายฉบับดังกล่าวยังได้ลดเวลาของกระบวนการจัดตั้งธุรกิจจากเดิม 45 วัน เป็น 15 วันทำการ ยกเลิกข้อบังคับบางประการสำหรับใบรับรองวิชาชีพ และเพิ่มเกณฑ์บางประการสำหรับธุรกิจที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งหมดนี้จะนำมาซึ่งความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
รัฐบาลได้ปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้ ด้วยความคาดหวังให้เกิดอิสระทางการลงทุนต่อนักลงทุนมากยิ่งขึ้น สร้างการแข่งขันที่เท่าเทียมกันระหว่างนักลงทุนท้องถิ่นกับนักลงทุนต่างชาติ และเพื่อให้กฎหมายของเวียดนามเป็นไปตามครรลองของกฎหมายนานาชาติ เวลานี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าไปลงทุนในประเทศเวียดนาม
เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติทั่วโลก ด้วยจุดเด่นของตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ถึงกว่า 90 ล้านคน ทรัพยากรธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ และแรงงานที่มีศักยภาพแต่ราคายังเกือบต่ำสุดในอาเซียนรองจากกัมพูชา
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2558 ต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามด้วยมูลค่าสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 9.6 โครงการลงทุนส่วนมากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการแปรรูป ภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาคการค้าส่งและการค้าปลีก ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ตุรกี และฮ่องกง โดยลงทุนหนาแน่นที่นครโฮจิมินห์ จังหวัดด่งนาย และนครไฮฟอง เป็นหลัก มูลค่าการลงทุนจากต่างชาติในเวียดนามในปีนี้ คาดการณ์ว่าน่าจะสูงถึง 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
