7 เหตุผล ทำไมต้องมองเวียดนามมุมใหม่ จาก “คู่แข่ง” สู่ “พันธมิตร” ทางเศรษฐกิจ

ธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนมุม มองเวียดนามใหม่ จาก “คู่แข่ง” เป็น “พันธมิตร” ทางธุรกิจในระยะยาว ในเมื่อประเทศไทยตั้งใจแล้วที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและยกระดับประเทศไปให้สูงขึ้นในห่วงโซ่การผลิต อีกทั้งในวันนี้ ไทยและเวียดนามกับอีก 8 ประเทศอาเซียน ได้รวมตัวกันกลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC แล้ว
ต่อไปนี้คือ 7 ข้อ ที่เป็นความพร้อมและจุดแข็งของเวียดนามที่สามารถช่วยเสริมทัพจับมือกันกับธุรกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้า

1. แรงงานพร้อม ครึ่งหนึ่งของประชากรเวียดนาม 90 ล้านคน อายุต่ำกว่า 30 ปี เป็นช่วงอายุที่อยู่ในวัยแรงงาน มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ แรงงานเวียดนามนอกจากจะสู้งานแล้ว ยังค่าแรงถูกเมื่อเทียบประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน ขณะเดียวกัน Boston Consulting Group ยังจัดว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีชนชั้นกลางที่เติบโตมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
2. ทรัพยากรธรรมชาติพร้อม เวียดนามมีพร้อมทั้งแร่ธาตุ น้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง และยังเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก
3. ตลาดเข้าถึงง่าย องค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่า เอกชนเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้ง่ายพอ ๆ กับสิงคโปร์ มีข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดต่ำ (low limitation of market access) ขณะที่ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ยังมีข้อจำกัดในระดับปานกลาง
4. กฎหมายลงทุนฉบับใหม่เอื้อต่างชาติมากขึ้น กฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของเวียดนามที่ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ WTO เปิดโอกาสให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในเวียดนามได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม มีอิสระในการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจมากกว่ากฎหมายเดิม กฎระเบียบเหล่านี้ช่วยเอกชนต่างชาติลดความเสี่ยงของการไปลงทุนในเวียดนาม
5. รัฐเปิดโอกาสให้ต่างชาติจัดทำความตกลงจัดซื้อกับภาครัฐ (Government Procurement Agreement) ผ่านการเปิดประมูลเมกะโปรเจกต์ที่มีมูลค่าสูง ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงการจัดซื้อของภาครัฐทั้งในระดับกระทรวง รัฐวิสาหกิจ ภูมิภาค ไปจนถึงจังหวัด
6. รัฐเร่งเครื่องเจรจาความตกลงทางการค้าเสรีกับต่างประเทศ ล่าสุด เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 เวียดนามได้บรรลุ EU-Vietnam Free Trade Agreement (EVFTA) กับกลุ่มประเทศสมาชิกอียู ความตกลงดังกล่าวครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งด้านการค้าสินค้า ด้านการบริการ รวมถึงการลงทุน คาดการณ์ว่า การได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าอียูที่เกือบจะเป็นศูนย์จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปกลุ่มประเทศอียูเติบโตอย่างก้าวกระโดด
7. เวียดนามตกลงเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ต่างชาติและเวียดนามเองต่างฟันธงว่า เวียดนามจะเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วม TPP ธนาคารโลกทำนายว่า TPP จะช่วยให้ GDP ของเวียดนามเพิ่มขึ้น 8-10% และการส่งออกขยายตัวสูงถึง 28 % โดยคาดว่าภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะเวียดนามส่งออกสิ่งทอไปยังประเทศสมาชิก TPP คิดเป็น 70% ของการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด
ในปี 2559 นักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าว่าจะโตได้ถึง 6% เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จะยังคงหลั่งไหลเข้าเวียดนาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามดูมีอนาคตสดใส ขณะที่ธนาคารแห่งชาติเวียดนามมีความตั้งใจที่จะรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเฝ้าระวังอัตราเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลก็ได้เร่งแก้กฎหมายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด TPP ที่ต้องเอื้อประโยชน์ต่อภาคลงทุนและภาคอุตสาหกรรม
ไทยในฐานะที่ติด 1 ใน 10 ประเทศที่ลงทุนเป็นลำดับต้นในเวียดนามในช่วงสองปีที่ผ่านมา ลงทุนทั้งในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ควรรุกจับมือเป็น “พันธมิตร” กับเวียดนาม เพื่อบุกตลาดเวียดนาม ตลาดอาเซียนและตลาดโลกอย่างต่อเนื่องในปี 2559
พบกับอัพเดทความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.ThaiBiz.net หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
2. ทรัพยากรธรรมชาติพร้อม เวียดนามมีพร้อมทั้งแร่ธาตุ น้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง และยังเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก
3. ตลาดเข้าถึงง่าย องค์การการค้าโลก (WTO) ประเมินว่า เอกชนเข้าสู่ตลาดเวียดนามได้ง่ายพอ ๆ กับสิงคโปร์ มีข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดต่ำ (low limitation of market access) ขณะที่ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และลาว ยังมีข้อจำกัดในระดับปานกลาง
4. กฎหมายลงทุนฉบับใหม่เอื้อต่างชาติมากขึ้น กฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของเวียดนามที่ออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ WTO เปิดโอกาสให้นักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนและทำธุรกิจในเวียดนามได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม มีอิสระในการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจมากกว่ากฎหมายเดิม กฎระเบียบเหล่านี้ช่วยเอกชนต่างชาติลดความเสี่ยงของการไปลงทุนในเวียดนาม
5. รัฐเปิดโอกาสให้ต่างชาติจัดทำความตกลงจัดซื้อกับภาครัฐ (Government Procurement Agreement) ผ่านการเปิดประมูลเมกะโปรเจกต์ที่มีมูลค่าสูง ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงการจัดซื้อของภาครัฐทั้งในระดับกระทรวง รัฐวิสาหกิจ ภูมิภาค ไปจนถึงจังหวัด
6. รัฐเร่งเครื่องเจรจาความตกลงทางการค้าเสรีกับต่างประเทศ ล่าสุด เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 เวียดนามได้บรรลุ EU-Vietnam Free Trade Agreement (EVFTA) กับกลุ่มประเทศสมาชิกอียู ความตกลงดังกล่าวครอบคลุมการเปิดเสรีทั้งด้านการค้าสินค้า ด้านการบริการ รวมถึงการลงทุน คาดการณ์ว่า การได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าอียูที่เกือบจะเป็นศูนย์จะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปกลุ่มประเทศอียูเติบโตอย่างก้าวกระโดด
7. เวียดนามตกลงเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP ต่างชาติและเวียดนามเองต่างฟันธงว่า เวียดนามจะเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วม TPP ธนาคารโลกทำนายว่า TPP จะช่วยให้ GDP ของเวียดนามเพิ่มขึ้น 8-10% และการส่งออกขยายตัวสูงถึง 28 % โดยคาดว่าภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจะได้รับประโยชน์มากที่สุด เพราะเวียดนามส่งออกสิ่งทอไปยังประเทศสมาชิก TPP คิดเป็น 70% ของการส่งออกสิ่งทอทั้งหมด
ในปี 2559 นักวิเคราะห์เศรษฐกิจทั้งชาวเวียดนามและชาวต่างชาติเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรลุเป้าหมายที่รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าว่าจะโตได้ถึง 6% เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) จะยังคงหลั่งไหลเข้าเวียดนาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามดูมีอนาคตสดใส ขณะที่ธนาคารแห่งชาติเวียดนามมีความตั้งใจที่จะรักษาเสถียรภาพทางการเงิน และเฝ้าระวังอัตราเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลก็ได้เร่งแก้กฎหมายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ให้สอดคล้องกับข้อกำหนด TPP ที่ต้องเอื้อประโยชน์ต่อภาคลงทุนและภาคอุตสาหกรรม
ไทยในฐานะที่ติด 1 ใน 10 ประเทศที่ลงทุนเป็นลำดับต้นในเวียดนามในช่วงสองปีที่ผ่านมา ลงทุนทั้งในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ควรรุกจับมือเป็น “พันธมิตร” กับเวียดนาม เพื่อบุกตลาดเวียดนาม ตลาดอาเซียนและตลาดโลกอย่างต่อเนื่องในปี 2559
พบกับอัพเดทความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.ThaiBiz.net หากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
***************************
20 มกราคม 2559
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz) กระทรวงต่างประเทศ
เวียดนาม, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
