GDP เวียดนามบ่งบอกความล้าหลังทางเศรษฐกิจ

จากรายงานของมหาวิทยาลัยเศรษฐกิจแห่งชาติของเวียดนามที่ประกาศต่อสาธารณะเมื่อปี 2551 ระบุว่า เวียดนามมีระบบเศรษฐกิจที่หล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยพิจารณาจากอัตราการขยายตัวของ GDP ก่อนหน้านี้ ธนาคารโลกใช้อัตราการขยายตัวของ GDP ในช่วงปี 2544 – 2550 เป็นฐานในการวัดความเจริญทางเศรษฐกิจผลปรากฎว่า เศรษฐกิจเวียดนามล้าหลังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทยถึง 95 ปี สิงคโปร์ 158 ปี แต่หากธนาคารโลกใช้อัตราการขยายตัวของ GDP ในช่วงปี 2533 – 2553 เป็นฐานในการวัดกลับพบว่า เศรษฐกิจของเวียดนามล้าหลังเศรษฐกิจไทยเพียง 17 ปี ล้าหลังสิงคโปร์เพียง 45 ปี ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาจึงเกินกระแสในวงการเศรษฐกิจเวียดนามว่า ธนาคารโลกใช้เกณฑ์ในการพิจารณาที่เหมาะสมหรือไม่

เวียดนามเปิดประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2529 ซึ่งในขณะนั้นประเทศเพื่อนบ้านของเวียดนามต่างมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงอยู่ก่อนหน้า หากธนาคารโลกจะยึดการขยายตัวของ GDP ในช่วงปี 2544 – 2550 เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาความเจริญทางด้านเศรษฐกิจจึงไม่มีความเหมาะสมเท่าใดนัก เพราะฉะนั้น หากจะพิจารณาความเจริญทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำเป็นจะต้องขยายฐานระยะเวลาในการพิจารณาให้ยาวนานมากขึ้น

หากใช้เกณฑ์การพิจารณาในช่วง 20 ปีนับตั้งแต่ปี 2533 – 2553 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ที่ 2 ครั้ง ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดยังไม่สัญญาณว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทำให้เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคยังคงผันผวน ทั้งนี้ ธนาคารโลกระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา GDP เฉลี่ยต่อประชากรของสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจาก 11,841 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 41,987 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจาก 620 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2,951 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเวียดนาม GDP เฉลี่ยต่อประชากร เพิ่มขึ้นจาก 98 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2533 เป็น 1,224 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2553 ขณะที่ GDP เฉลี่ยต่อประชากรของไทยเพิ่มขึ้นจาก 1,495 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2533 เป็น 4,613 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2553

ดังนั้น หากพิจารณาใน 4 ประเทศข้างต้น ซึ่งได้แก่ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม พบว่า ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของ GDP เฉลี่ยต่อประชากรมากที่สุดคือเวียดนาม โดย GDP เฉลี่ยต่อประชากรเพิ่มขึ้นสูงถึง 12.5 เท่า ขณะที่อินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 4.8 เท่า สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 3.6 เท่า และไทยเพิ่มขึ้น 3.1 เท่า ซึ่งหากใช้ช่วงปี 2533 – 2553 เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาจะพบว่า เศรษฐกิจเวียดนามล้าหลังอินโดนีเซียและไทยเพียง 17 ปี และหน้าหลังสิงคโปร์เพียง 45 เท่านั้น

เพราะฉะนั้น การใช้อัตราการขยายตัวของ GDP ในช่วงปี 2533 – 2553 จะทำให้ได้ผลการพิจารณามีความถูกต้องและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากกว่าการใช้อัตราการขยายตัวของ GDP ในช่วงปี 2544 – 2550 และในอนาคตนับจากปี 2554 – 2563 ตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของเวียดนาม ตั้งเป้าที่จะเพิ่ม GDP เฉลี่ยต่อประชากรไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/คน

จากรายงานของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า เวียดนามจะต้องเผชิญกับวิกฤตด้านการศึกษา การเงิน รวมถึงความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในช่วงปี 2554 – 2563 หากเวียดนามไม่สามารถแก้ไขกับปัญหาดังกล่าวได้ จะทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามไม่สามารถขยายตัวตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้น เวียดนามจึงไม่ควรให้ความสำคัญกับการเร่งอัตราขยายตัวของ GDP เพียงอย่างเดียว แต่ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

26 มีนาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ