ปัจจุบันโครงการการลงทุนโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามเห็นว่า การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในด้านดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะในปัจจุบันเวียดนามมีโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียว
เมื่อบ่ายวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา นางโห่ ถิ กิม ทวา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า กล่าวในระหว่างการประชุมว่า โครงการการลงทุนโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบิ่งดิ่ง ทางตอนใต้ของเวียดนาม กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติ และรัฐบาลเวียดนามได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ารวมถึงกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียดของโครงการ และเสนอรายงานมายังรัฐบาล
นาง โห่ ถิ กิม ทวา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเวียดนามมีโรงกลั่นน้ำมันเพียงแห่งเดียว ดังนั้น การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในโรงกลั่นน้ำมันดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่จำเป็น กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า จึงเห็นควรให้มีการสนับสุนโครงการดังกล่าว ซึ่งการพิจราณายังคงต้องคงมีอีกหลายขั้นตอน ก่อนหน้านี้ ในระหว่างการประชุมประจำเดือนเมษายน นาย หวู ดึ๊ก ดาม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่จะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลเวียดนาม โดยรัฐบาลฯ ได้รับรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายงานของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลจะได้พิจารณาในลำดับต่อไป
โครงการโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 660,000 บาเรลต่อวัน หรือราว 30 ล้านตันต่อปี ซึ่งสูงกว่าโรงกลั่นน้ำมัน Dung Quat ของเวียดนามถึง 5 เท่า หากรัฐบาลเวียดนามอนุมัติโครงการดังกล่าวจะส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi กลายเป็นโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม
โครงการโรงกลั่นน้ำมัน Nhon Hoi มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ส่งผลทำให้เกิดความกังวลในอุตสาหกรรมน้ำมันของเวียดนาม ขณะเดียวกัน คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งดิ่งเตรียมที่จะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศไทย เพื่อศึกษาถึงรายละเอียดในโครงการดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน โดยจังหวัดบิ่งดิ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ดี บริษัทปิโตรเลียมเวียดนามกังวลว่าหากโครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติ จะส่งผลกระทบต่อสมดุลความต้องการน้ำมันในประเทศ
ในปี 2563 หากเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เวียดนามจะมีโครงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน Nghi Son ซึ่งมีกำลังการผลิต 10 ล้านตันต่อปี โรงกลั่นน้ำมัน Vung Ro มีกำลังการผลิต 8 ล้านตันต่อปี โรงกลั่นน้ำมัน Nam Van มีกำลังการผลิต 10 ล้านตันต่อปี เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำมันในประเทศเกินความต้องการ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเสนอให้รัฐบาลเวียดนามสั่งการให้บริษัทปิโตรเลียมเวียดนามและบริษัท Petrolimex ศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเลื่อนการดำเนินงานของโรงกลั่นน้ำมัน Long Son และโรงกลั่นน้ำมัน Nam Van Phong ออกไปเป็นหลังปี 2563
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
