ภาคธุรกิจน้ำมันแบกรับภาระขาดทุน

ในระหว่างการประชุมประจำปี 2556 ของบริษัท Petrolimex หนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของเวียดนามเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นาย เจิ่น วัน ถิ่ง ผู้จัดการใหญ่บริษัท Petrolimex กล่าวว่า ในปี 2555 บริษัทฯ มีรายได้รวม 200,847 พันล้านด่ง เป็นกำไรซึ่งยังไม่หักภาษี 978 พันล้านด่ง และแม้ว่ารายได้ในจำนวนดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ ได้กำไรจากการดำเนินกิจการ แต่โดยรวมแล้วธุรกิจค้าน้ำมันของเวียดนามกลับขาดทุนกว่า 125 พันล้านด่ง

ทั้งนี้ ในปี 2555 ธุรกิจน้ำมันของเวียดนามถูกควบคุมอย่างเข้มงวดซึ่งเป็นไปตามกฤษฎีกาเลขที่ 84 ของกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ว่าด้วยการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ ทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นราคาน้ำมันได้ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยราคานำเข้าน้ำมันเบนซินในปี 2555 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15 และราคานำเข้าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ขณะที่ราคาขายน้ำมันเบนซินในประเทศเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 12 และราคาขายน้ำมันดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6 ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันของเวียดนามมีผลกำไรอยู่ในระดับที่น้อยมากและบางบริษัทไม่ได้รับผลกำไรจากการดำเนินกิจการ

นาย เจิ่น วัน ถิ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 1 – 4 เมื่อเทียบกับปี 2554 ในบางช่วงความแตกต่างของราคาน้ำมันในช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงสุดเทียบกับช่วงที่ราคาต่ำสุดมีความแตกต่างถึง 17 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรดาผู้ค้าน้ำมันในเวียดนาม เนื่องจากรัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันอย่างเข้มงวดและหลีกเลี่ยงที่จะประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันต้องแบกรับภาระขาดทุนในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงแต่ราคาขายน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ นโยบายควบคุมราคาน้ำมันที่รัดกุมประกอบกับเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ทำให้ปริมาณความต้องการน้ำมันในประเทศลดต่ำลงไปด้วย ทำให้ผู้ประกอบการน้ำมันประสบปัญหาในการผลิต ขณะที่ราคาขายน้ำมันไม่ได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับความเป็นจริง อย่างไรก็ดี ในปี 2556 ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจของเวียดนามจะยังคงเผชิญกับอุปสรรคในหลายๆ ด้าน แต่บริษัท Petrolimex ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของเวียดนามตั้งเป้าอัตราการขยายตัวของผลกำไรในปี 2556 ไว้ที่ 1,980 พันล้านด่ง สูงกว่าปีที่แล้วถึง 2 เท่าด้วยอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 202

29 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ