รองนายกรัฐมนตรีเวียดนามย้ำหนี้สาธารณะของเวียดนามยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

นาย หวู วัน นิง รองนายกรัฐมนตรีของเวียดนาม กล่าวเน้นย้ำในที่ประชุมสภาแห่งชาติว่า หนี้เสียของเวียดนามยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย โดยในปี 2555 หนี้สาธารณะของเวียดนามอยู่ที่ร้อยละ 55.5 ของ GDP แบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาลร้อยละ 43.1 ของ GDP หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันร้อยละ 11.5 ของ GDP และหนี้ของหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นอีกร้อยละ 0.9 ของ GDP

จากรายงานของรัฐบาลเวียดนามที่เสนอในที่ประชุมสภาแห่งชาติระบุว่า หนี้สาธารณะ หนี้ของรัฐบาล และหนี้ในต่างประเทศของเวียดนามยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย อย่างไรก็ดี จากรายงานวิจัยในหัวข้อ “หนี้สาธารณะและความมั่นคงของเวียดนาม” ของคณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2554 หนี้สาธารณะของเวียดนามอยู่ที่ประมาณร้อยละ 54.9 ของ GDP แบ่งเป็นหนี้สาธารณะในต่างประเทศร้อยละ 30.9 ของ GDP และหนี้สาธารณะในประเทศร้อยละ 24 ของ GDP ต่อมาในปี 2555 หนี้สาธารณะของเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 55.4 ของ GDP แบ่งเป็นหนี้สาธารณะในต่างประเทศร้อยละ 29.6 ของ GDP และหนี้สาธารณะในประเทศร้อยละ 25.8 ของ GDP

ทั้งนี้ สภาแห่งชาติของเวียดนามแสดงความกังวลต่ออัตราหนี้สาธารณะของเวียดนาม เนื่องจากรายงานทางเศรษฐกิจหลายแห่งระบุอัตราหนี้เสียไม่เท่ากัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระบุถึงอัตราหนี้เสียที่แน่นอนถูกต้องชัดเจน สภาแห่งชาติจึงจะสามารถหาช่องทางร่วมกับรัฐบาลเวียดนามในการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพในระบบเศรษฐกิจมหภาคของเวียดนามให้มีความมั่นคงมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าหนี้สาธารณะของเวียดนามอยู่ในระดับที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามได้เสนอให้สภาแห่งชาติพิจารณาอนุมัติให้มีการออกพันธบัตรอีกกว่า 58 ล้านล้านด่ง เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 1A ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักจากภาคเหนือเข้าสู่ภาคใต้ของเวียดนาม และใช้ในโครงการพัฒนาเส้นทางโฮจิมินห์ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลเวียดนามได้มอบหมายให้กระทรวงการวางแผนและการลงทุนร่วมกับกระทรวงการคลังศึกษาความสมดุลทางการเงินเพื่อใช้ในการพิจารณาออกพันธบัตรเพื่อในโครงการดังกล่าว

ในส่วนของการจัดเก็บเงินงบประมาณแผ่นดินปี 2556 ของเวียดนาม นายหวู วัน นิง รองนายกรัฐมนตรีของเวียดนาม กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2556 เวียดนามสามารถจัดเก็บเงินงบประมาณได้แล้วกว่าร้อยละ 36.6 คิดเป็นร้อยละ 100.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2555

31 พฤษภาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ