รัฐบาลเวียดนามกู้ยืมเงินกว่า 700,000 พันล้านด่งภายในระยะเวลา 3 ปี

รัฐบาลเวียดนามกล่าวเน้นย้ำในระหว่างการประชุมสภาแห่งชาติของเวียดนามว่า หนี้สาธารณะของเวียดนามในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย หลังจากที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกว่า 690,910 พันล้านด่ง โดยรายงานที่ยื่นเสนอต่อสภาแห่งชาติ ระบุว่า หนี้สาธารณะของเวียดนาม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556 มีจำนวนต่ำกว่าร้อยละ 65 ของ GDP ประกอบด้วยหนี้ของรัฐบาล ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 55 ของ GDP และหนี้ในต่างประเทศของเวียดนาม ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 50 ของ GDP

ทั้งนี้ หนี้ที่รัฐบาลเวียดนามกู้ยืมโดยตรงคิดเป็นร้อยละ 78 หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันร้อยละ 21 และหนี้ของหน่วยงานภาครัฐในระดับท้องถิ่นอีกร้อยละ 1 โดยมีญี่ปุ่นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของเวียดนามคิดเป็นสัดส่วนหนี้ร้อยละ 17 รองลงมาได้แก่ธนาคารโลก ร้อยละ 13 ตามด้วยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียร้อยละ 8 และแหล่งเงินกู้อื่นๆ อีกร้อยละ 34 ทั้งนี้ เงินกู้ส่วนใหญ่ที่รัฐบาลเวียดนามกู้ยืมอยู่ในรูปการออกพันธบัตรรัฐบาล และการกู้ยืมเงิน ODA ผ่านความร่วมมือจากแหล่งเงินทุนต่างๆ

แหล่งเงินกู้ส่วนใหญ่รัฐบาลเวียดนามเป็นการกู้ยืมเงินในระยะยาว ได้แก่ รัฐบาลเวียดนามกู้ยืมเงินจากธนาคารโลกมีระยะเวลาชำระหนี้ทั้งสิ้น 25 ปี ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 เช่นเดียวกับระยะเวลาชำระหนี้ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียซึ่งอยู่ที่ 30 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 – 1.5 ขณะเดียวกัน เงินกู้จากญี่ปุ่นมีระยะเวลาผ่อนชำระทั้งสิ้น 30 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 – 2

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้กู้ยืมเงินถึง 690,910 พันล้านด่ง โดยกู้ยืมเงินในปี 2553 จำนวน 208,957 พันล้านด่ง ปี 2554 อีกกว่า 207,088 พันล้านด่ง และล่าสุดในปี 2555 อีกประมาณ 264,865 พันล้านด่ง จากเงินกู้ทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามใช้เงินส่วนใหญ่ในการปรับสมดุลเงินงบประมาณแผ่นดิน และใช้ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างเส้นทางการคมนาคม การประปา การศึกษา การแพทย์ เป็นต้น นอกจากนี้ เงินกู้ยืมดังกล่าวยังถูกใช้ในโครงการการลงทุนที่สำคัญของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน น้ำมัน และภาคอุตสาหกรรม

ปัจจุบัน เวียดนามมีหนี้สาธารณะทั้งสิ้น 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 49.5 ของ GDP อัตราหนี้สาธารณะเฉลี่ยต่อประชากรอยู่ที่ 787 ดอลลาร์สหรัฐ

18 มิถุนายน 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ