นักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับเวียดนามมากที่สุดในอาเซียน

กว่าร้อยละ 57 ของผู้ประกอบการจากสหรัฐอเมริกามองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนและขยายการลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเวียดนามมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำและมีความมั่นคงทางการเมือง

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการค้าของสหรัฐอเมริกาในสิงคโปร์ประกาศว่า จากผลสำรวจเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนปี 2555 – 2556 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสำนักงานส่งเสริมการค้าของสหรัฐอเมริกาจาก 7 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ผลปรากฎว่า บรรดานักลงทุนต่างเห็นตรงกันว่า ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก กว่าร้อยละ 92 ของผู้ประกอบการตื่นตัวกับการเข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหรรมการบริการและการผลิต

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียเห็นตรงกันว่า เวียดนามเป็นพื้นที่การลงทุนสำคัญที่บรรดานักลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนและมีแผนขยายการลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน รองลงมาได้แก่ ไทย ก่อนหน้านี้ในปี 2555 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกว่าร้อยละ 9 เห็นว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการลงทุนสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน นักลงทุนรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียน คือ จีน และจีนมีการลงทุนสูงสุดในเวียดนาม

ปัจจุบัน พม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่บรรดานักลงทุนให้ความสนใจในการลงทุนไม่แพ้เวียดนาม กว่าร้อยละ 35 ของผู้ประกอบการเปิดเผยว่ามีแผนที่จะเข้าไปลงทุนในพม่าในอนาคต อย่างไรก็ดี อุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเข้ามาลงทุนในเวียดนามคือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นซึ่งมีสูงถึงร้อยละ 77 และสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน รองลงมาได้แก่ปัญหาความยุ่งยากในขั้นตอนการทำธุรกรรมต่างๆ ซึ่งสูงร้อยละ 57 แต่ทั้งนี้ เวียดนามยังคงมีความได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ รวมถึงมีความปลอดภัยและมีความมั่นคงทางการเมืองสูง

ล่าสุด ธนาคารโลกประกาศว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 42 ของโลก โดยมี GDP อยู่ที่ 322 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอยู่ในอันดับที่ 6 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังระบุเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจเวียดนามค่อนข้างมีเสถียรภาพ ปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนามในปี 2556 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.3 และร้อยละ 5.2 ในปี 2557

22 กรกฎาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ