บริษัท ปตท. ตั้งเป้าโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในเวียดนาม

คณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ของไทยเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับโครงการการลงทุนก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi จังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แถลงว่า สาเหตุที่บริษัท ปตท. เลือกลงทุนในเขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi จังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ เป็นเพราะเขตเศรษฐกิจแห่งนี้มีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการลงทุนครบถ้วนในทุกๆ ด้าน และมีความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่

นอกจากนี้ เขตเศรษฐกิจ Nhon Hoi ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือน้ำลึกเอื้อประโยชน์โดยตรงให้กับการขนส่งผลผลิตจากโรงกลั่นน้ำมัน ประกอบกับมีภูเขาสูงซึ่งทำหน้าที่ช่วยลดความรุนแรงของพายุในฤดูมรสุม อย่างไรก็ดี จากการที่หลายฝ่ายเป็นกังวลถึงความเป็นไปได้ของโครงการนั้น บริษัท ปตท. ยินดีทำทุกวิถีทางเพื่อยืนยันศักยภาพในการดำเนินการของบริษัท ซึ่งบริษัท ปตท. ของไทยเป็นหนึ่งในร้อยบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของโลก และมีประสบการณ์ในการดำเนินการมากกว่า 50 ปี และในปัจจุบันทางบริษัทฯ มีความร่วมมือกับบริษัทที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ของโลกอีกมากมาย ดังนั้น หากรัฐบาลเวียดนามพิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว บริษัทก็พร้อมที่จะร่วมมือกับจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ในการดำเนินการก่อสร้างโครงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งนี้

นาย เล หืว หลก ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดบิ่งดิ่งเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท ปตท. พร้อมกล่าวสนับสนุนว่า ในระหว่างการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้ พบว่า บริษัท ปตท. ของไทยเป็นหนึ่งในสองบริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติด 100 อันดับบริษัทของนิตยสาร Fortune นอกจากนี้ บริษัท ปตท. ยังเป็นบริษัทที่มีศักยภาพและประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านน้ำมันเป็นอย่างดี ดังนั้น บริษัท ปตท. จึงมีความเหมาะสมที่จะลงทุนในโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ปตท. จะตั้งอยู่บนพื้นที่ 2,000 เฮกตาร์ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนราว 25 – 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำลังการผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่ 30 ล้านตัน/ปี หรือประมาณ 660 บาร์เรล/วัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 4 ปี โดยมีแผนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2559 และเปิดดำเนินกิจการในปี 2563

16 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ