นักลงทุนไทยลงทุนในเวียดนามด้วยเงินลงทุนมหาศาล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุนในเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนจากนักลงทุนไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ อาทิ ในปี 2555 บริษัท Nawaplastic Industries ซึ่งเป็นบริษัทผู้มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกของไทย ร่วมมือกับบริษัท SCG ของไทยซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างที่มีชื่อเสียงของไทย ได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 22.7 จากบริษัทผู้ผลิตพลาสติก Tien Phong และซื้อหุ้นอีกร้อยละ 16.7 ของบริษัทพลาสติก Binh Minh ของเวียดนาม ซึ่งทั้ง 2 บริษัทเป็นบริษัทผู้ค้าผลิตภัณฑ์พลาสติกรายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ต่อมาบริษัท Prime Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้มีสัดส่วนในตลาดการค้าอิฐกว่าร้อยละ 20 ของเวียดนามได้ขายหุ้นกว่าร้อยละ 85 ให้กับบริษัท SCG ของไทย

นางสาวบุษบา บุตรรัตน์ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ VnExpress.net ว่า ปัจจุบัน ตลาดการลงทุนในเวียดนามได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีประชากรในวัยทำงานเป็นจำนวนมาก ความต้องการในการบริโภคสินค้าสูง ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของไทย กำลังมองหาช่องทางการขยายตลาดในเวียดนามซึ่งถือว่ามีความน่าสนใจในการลงทุนสูง ล่าสุด นายเจริญ สิริวัฒนภักดี นักลงทุนรายใหญ่ของไทยประกาศว่าจะลงทุนเพื่อสร้างระบบการค้าปลีกในเวียดนามด้วยยอดเงินลงทุนกว่า 3 พันล้านบาท

การลงทุนของนักลงทุนไทยมีทั้งในรูปแบบการเข้าถือหุ้นร่วมกับบริษัทของเวียดนามและรูปแบบการกว้านซื้อหุ้นจากบริษัทต่างๆ นอกจากนี้ นักลงทุนไทยยังให้ความสนใจกับภาคพลังงานของเวียดนามด้วยการทุ่มเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในภาคพลังงาน ตัวอย่างเช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เตรียมเข้าลงทุนในโรงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันในจังหวัดบิ่งห์ดิ่งห์ ด้วยยอดเงินลงทุนสูงถึง 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากโครงการของบริษัท ปตท. ได้รับการอนุมัติ จะส่งผลให้โครงการดังกล่าวเป็นโครงการการลงทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม นอกจากนี้ บริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ของไทยได้ประกาศที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานความร้อนในจังหวัดกว่างจิของเวียดนามอีกกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมพลังงานของเวียดนามได้รับความใจเป็นอย่างมากจากนักลงทุนไทย

จากรายงานผลประกอบการในปี 2555 พบว่า บริษัท ปตท. มีเงินทุนเพื่อใช้สำหรับการลงทุนสูงถึง 20.8 พันล้านบาท หรือราว 650 ล้านดอลลาร์หสรัฐ ขณะที่บริษัท SCG มีเงินทุนสำหรับการลงทุนอยู่ที่ 25 พันล้านบาท หรือราว 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผลการสำรวจของ Dealogic พบว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของไทย และมีสัดส่วนในตลาดการลงทุนสูงสุดของประเทศไทย ได้เข้ามาลงทุนในเวียดนามภายใต้ชื่อบริษัท CP Viet Nam ด้วยเงินลงทุนกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในภาคอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร

อย่างไรก็ดี นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ยังคงสนใจลงทุนในเวียดนามเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมพลังงานและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งต้องยอมรับว่านักลงทุนไทยมีความสามารถและความเชี่ยวชาญในการลงทุนในภาคดังกล่าว

30 สิงหาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ