เวียดนามขาดดุลการค้ากับประเทศอาเซียน 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เวียดนามขาดดุลการค้ากับประเทศอาเซียน 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นาย Glenn Maguire หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของธนาคาร ANZ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของระบบเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกทำให้ระบบเศรษฐกิจเวียดนามในปี 2557 – 2558 เริ่มสดใสมากขึ้น ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายๆ ด้าน ขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียเริ่มลดการพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศ ภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกของภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่เริ่มฟื้นตัว

ขณะเดียวกัน นโยบาย Abenomics ซึ่งเป็นนโยบายเศรษฐกิจใหม่ของญี่ปุ่นมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นความต้องการในภูมิภาคเอเชียใต้ ส่งผลให้ภูมิภาคอาเซียนซึ่งรวมถึงเวียดนามมีแนวโน้มในการพัฒนามากยิ่งขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย นอกจากนี้ เศรษฐกิจของอินเดียและอินโดนีเซียถือเป็นจุดอ่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค

นาย เล ซวน เหงี๋ย สมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายด้านการเงินแห่งชาติของเวียดนาม กล่าวว่า เศรษฐกิจเวียดนามเริ่มฟื้นตัวนับจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา สังเกตุได้จากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าดัชนีผลผลิตในภาคอุตสาหกรรม (IIP) จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ในไตรมาสที่ 4 ขณะที่การส่งออกในเดือนกันยายนขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 หลังจากที่ก่อนหน้านี้อัตราการขยายตัวลดลงมาโดยตลอด ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี ยอดการลงทุนจากต่างประเทศในเวียดนามอยู่ที่ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 36

จากรายงานเศรษฐกิจของนายเหงียน เติ๋น สุง นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม คาดว่าอัตราการขยายตัวของ GDP ในปี 2556 จะอยู่ที่ร้อยละ 5.4 ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 5.5 ขณะที่นาย Glenn Maguire คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจอยู่ที่เพียงร้อยละ 5.1 เพื่อให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 7 ธนาคารพาณิชย์และรัฐวิสาหกิจของเวียดนามจะต้องได้รับการปรับโครงสร้างอีกครั้ง ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะต้องกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงจะทำให้เป้าหมายดังกล่าวประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ดี การจัดการกับปัญหาหนี้เสียถือเป็นภารกิจสำคัญของเวียดนาม โดยเวียดนามได้จัดตั้งบริษัทรับซื้อหนี้เสียชื่อ Viet Nam Asset Management Company (VAMC) ซึ่งสามารถรับซื้อหนี้เสียในปี 2556 ได้ราว 1.67 – 2.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราหนี้เสียของรัฐบาลเวียดนามสูงถึง 4.76พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการแก้ไขในเดือนมิถุนายน 2557 ดังนั้น มาตรการจัดการกับปัญหาหนี้เสียจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเวียดนาม

นาย เล ซวน เหงี๋ย กล่าวเพิ่มเติมว่า เวียดนามขาดมาตรการที่รัดกุมในกรณีกรรมสิทธิ์ระหว่างธนาคารและภาคธุรกิจ ซึ่งก่อให้เกิดความไม่โปร่งใสในการแก้ไขกับปัญหาหนี้เสีย อย่างไรก็ดี ในปี 2557 การขาดดุลงบประมาณแผ่นดินคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.8 เป็นร้อยละ 5.3 เนื่องจากรัฐบาลใช้เงินลงทุนเพื่อพัฒนาการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

28 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ