ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุญี่ปุ่นในไทยบูม เอกชนญี่ปุ่นสบช่องตั้งบริษัทพัฒนาบุคลากรรองรับ
ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุญี่ปุ่นในไทยบูม เอกชนญี่ปุ่นสบช่องตั้งบริษัทพัฒนาบุคลากรรองรับ

        บริษัทญี่ปุ่นหลายรายทยอยเข้ามาเปิดกิจการบริหารจัดการผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นที่มาใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ประเทศไทย จากการเปิดเผยของสื่อชั้นนำของญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

        การเข้ามาเปิดกิจการข้างต้น เป็นอีกโอกาสในการเพิ่มรายได้ให้แรงงานไทย ความต้องการผู้ดูแลผู้สูงอายุมีมากขึ้น ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นต่อเดือน และเงินเดือนจะเพิ่มขึ้นอีกหากมีทักษะอื่นๆ ประกอบ เช่น การนวดแผนไทย

        จากรายงานข่าว ปัจจุบัน  มีชาวญี่ปุ่นที่อาศัยในไทยหลังเกษียณอายุประมาณ 4,000  คน ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคเหนือของไทย ในจำนวนนี้ จำนวนมาก เคยเข้ามาทำงานในไทยในช่วง ค.ศ. 1980

       ขณะเดียวกัน ไทยก็กำลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2560 ไทยจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ร้อยละ 14 ของจำนวนประชากรทั้งหมด

       สถานการณ์ข้างต้น ทำให้เกิดความต้องการบุคลากรที่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ตามหลักวิชาการจำนวนมาก

        บริษัทริเออิ เป็นหนึ่งในผู้ที่เล็งเห็นโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ได้เข้ามาเปิดบริษัท ไทยริเออิ เพื่อบุกเบิกธุรกิจดูแลผู้สูงอายุในไทย

         ล่าสุด ริเออิ ได้ร่วมมือกับบริษัทในเครือ         สหพัฒนพิบูลเปิดโรงเรียนอาชีวะเพื่อฝึกสอนอาชีพผู้ดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ใช้ มาตรฐานญี่ปุ่นในการดูแลผู้สูงอายุ

        หลักสูตรดังกล่าว ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษา 6 เดือน แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 3 เดือน และภาคปฏิบัติอีก 3 เดือน เน้นการสอนทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน เช่น ขั้นตอนและมารยาทการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ภาษาญี่ปุ่น และการนวดไทยแผนโบราณ โดยมีค่าเล่าเรียนประมาณ 40,000 บาท

       ในเบื้องต้น โรงเรียนดังกล่าวเน้นการสร้างบุคลากรให้บริษัทไทยริเออิเป็นหลัก โดยผู้ที่สำเร็จการศึกษา บางส่วนจะได้รับคัดเลือกให้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 2 เดือนด้วย

 

 

 

13 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ