เศรษฐกิจญี่ปุ่นกระเตื้อง แนวโน้มระยะยาวยังผันผวน

เหตุที่การเติบโตในไตรมาสที่แล้วออกมาน่าผิดหวัง เป็นเพราะการลงทุนของภาคธุรกิจตลอดจนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนต่ำกว่าคาด โดยภาคธุรกิจและครัวเรือนใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การส่งออกที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยขยายตัว 2.7% เทียบกับไตรมาสสามปีกลาย ช่วยผลักดันให้ภาพรวมเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการลดลงของราคาพลังงานซึ่งเป็นสินค้านำเข้าสำคัญของญี่ปุ่นช่วยชดเชยผลกระทบของค่าเงินเยนอ่อน
แต่นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักยังมองว่า การเติบโตที่ดีขึ้นในไตรมาสที่แล้วเป็นเพียงการกระเตื้องขึ้นชั่วคราว มากกว่าจะเป็นสัญญาณการสิ้นสุดภาวะเงินฝืด "ตัวเลขบางอย่างขึ้น บางอย่างลง แต่ก็ยังมีความแตกต่างระหว่างการเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรกับแนวโน้มระยะยาว ยังไม่มีสัญญาณที่ชี้ว่าโครงสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลง" นายริชาร์ด แคทซ์ บรรณาธิการบริหารของ ดิ โอเรียนทัล อีโคโนมิก รีพอร์ต ตั้งข้อสังเกต
นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความท้าทายสำคัญในขณะนี้ของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรี คือ การดูแลให้อัตราเงินเฟ้อและค่าจ้างเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกัน การใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ซบเซาสะท้อนว่า ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นในระดับที่ช้ากว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะควักกระเป๋า
ทั้งนี้ ค่าจ้างแรงงานที่ปรับค่าเงินเฟ้อแล้วขยับขึ้นเพียง 0.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปีกลายเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น ค่าจ้างยังเพิ่มขึ้นในระดับต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ที่ผ่านมานายอาเบะพยายามกดดันอย่างหนักภาคธุรกิจในประเทศปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงาน แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองที่เป็นรูปธรรม โดยการเจรจาประจำปีนี้เรื่องค่าจ้างระหว่างสหภาพแรงงานกับนายจ้างเริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้วและจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมีนาคมนี้
ยังมีข่าวดีอยู่บ้างสำหรับนายอาเบะ ค่าเงินเยนที่อ่อนจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณของธนาคารกลาง ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ลูกดอกของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
"อาเบะโนมิกส์" ช่วยกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยว และจูงใจให้บริษัทญี่ปุ่นย้ายตำแหน่งงานบางส่วนกลับมายังบ้านเกิด อาทิ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์อย่างแคนอน พานาโซนิคและชาร์ป รวมถึงบริษัทยาอย่างโคบายาชิ ฟาร์มาซูติคอล ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศ ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนธันวาคมปีกลายลดลงเหลือ 3.4% ต่ำสุดนับจากปี 2540
แม้ลูกศร 2 ดอกแรกของอาเบะโนมิกส์ ซึ่งได้แก่ การเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจะเห็นผลในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการกดค่าเงินเยนให้อ่อน
แต่นักเศรษฐศาสตร์ยังคงกังขากับความเอาจริงเอาจังของนายอาเบะในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นลูกศรดอกที่สาม และเป็นความหวังของการเติบโตในระยะยาว ต่างกับ 2 ดอกแรกที่มีผลเพียงระยะสั้น
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนของลูกศรดอกสุดท้าย ด้านที่ปรึกษาของนายอาเบะแย้งว่า ขณะนี้รัฐสภากำลังพิจารณาแก้ไขกฎหมาย 20 ฉบับซึ่งจะปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าสมัยซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการค้าการลงทุน แต่บางคนตั้งแง่ว่า กฎหมายบางฉบับที่เข้าคิวเตรียมแก้ไขเป็นประเด็นยิบย่อยเกินกว่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างได้ เช่น การผ่อนคลายกฎระเบียบการเต้นรำในสถานบันเทิง
อย่างไรก็ตาม มีจำนวนไม่น้อยที่มองแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นปีนี้ในแง่บวก โดยชี้ว่ามีปัจจัยส่งเสริมหลายอย่าง เช่น การลดลงกว่า 50% ของราคาน้ำมันจะช่วยให้ผู้บริโภคมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้นและลดต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ส่วนการเลื่อนกำหนดปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มระยะที่สองจาก 8% เป็น 10% โดยจะเริ่มมีผลในเดือนตุลาคม 2560 จากเดิมตุลาคมปีนี้ ก็ช่วยให้ผู้บริโภคมีเวลาหายใจหายคอและช่วยสร้างบรรยากาศในการใช้จ่าย
นายอากิระ อามาริ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและนโยบายการคลัง ซึ่งดูแลการฟื้นฟูเศรษฐกิจระบุว่า "เซนติเมนต์ของผู้บริโภคกำลังปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และมุมมองต่อเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางบวก"
สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 41 คน โดยเจแปน เซ็นเตอร์ ฟอร์ อีโคโนมิกส์ รีเสิร์ช ที่ชี้ว่า มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโตเป็นบวกต่อเนื่องในช่วง 9 ไตรมาสข้างหน้า ซึ่งถ้าเป็นดังคาดจะเป็นการขยายตัวติดต่อกันยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น นับจากทศวรรษ 1980
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า เขตเศรษฐกิจเบอร์ 3 ของโลกยืนระยะเติบโตได้นานหรือไม่ คือ ผลการเจรจาปรับขึ้นค่าจ้าง ซึ่งหลายคนหวังว่าตัวเลขผลประกอบการของหลายบริษัทยักษ์ใหม่ที่ออกมาน่าพอใจ จะทำให้นายจ้างยอมปรับขึ้นค่าจ้างครั้งใหญ่ ซึ่งจะส่งอานิสงส์ต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกต่อหนึ่ง
19 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ญี่ปุ่น, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
