จากนี้ไป การนำ “พืชสวน” ต่างประเทศไปขายในตลาดอินโดนีเซียจำเป็นต้องได้รับ “หนังสือรับรอง” (Import Recommendation of Horticulture Products : RIPH) ก่อน ตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงเกษตรอินโดนีเซียว่าด้วยการออกหนังสือรับรองการอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์พืชสวนจากต่างประเทศที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 2 กันยายนที่ผ่านมา
“พริก” (Chili) และ “หอมแดง” (Shallot) เป็นผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากกฎฉบับใหม่ดังกล่าวด้วย โดยผู้ที่จะนำเข้าพืชสวนทั้งสองชนิดต้องได้รับอนุญาตจากกระทรวงการค้าอินโดนีเซียก่อน
นอกจากนี้ ระเบียบกระทรวงการค้าฉบับใหม่ ซึ่งเพิ่งมีผลบังคับใช้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ยังกำหนดว่า จะอนุญาตให้นำเข้าพริกและหอมแดงได้เฉพาะกรณีที่ราคาพริกและหอมแดงที่ผลิตในประเทศมีราคาสูงเกินกว่าราคาที่กระทรวงการค้าอินโดนีเซียกำหนด ทั้งนี้ เพื่อควบคุมไม่ให้พริกและหอมแดงที่ผลิตในประเทศมีราคาสูงเกินควร
ภายใต้กฎกระทรวงเกษตรดังกล่าว พืชสวน (Horticulture Products) หมายถึง “พืชสวนสด” หรือ “พืชสวนที่แปรรูปแล้ว” โดยในบัญชีแนบท้ายของกฎฯ ระบุอย่างละเอียดถึงชนิด ประเภท และพิกัดอัตราภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์พืชสวนที่ต้องได้รับหนังสือรับรอง RIPH ก่อนการนำเข้า ตลอดจนรายละเอียดและวิธีการปฏิบัติอื่นๆ ในการที่ผู้ประกอบการจะยื่นขอใบรับรอง RIPH
ขณะที่ระเบียบกระทรวงการค้าฯ กำหนดว่า การยื่นขอใบ RIPH กระทำได้ 2 ครั้งในรอบปี คือ ให้ยื่นในเดือนธันวาคมของปีก่อนหน้า สำหรับการนำเข้าระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคมของปีถัดไป และให้ยื่นในเดือนมิถุนายนของปีนั้น สำหรับการนำเข้าระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมของปีเดียวกัน
อย่างไรก็ดี สำหรับการนำเข้าพริกและหอมแดง ระเบียบฯ อนุญาตให้ยื่นขอใบ RIPH ได้ตลอดทั้งปี
ทางการอินโดนีเซียแจ้งว่า การประกาศใช้กฎระเบียบทั้งสองฉบับมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ระยะเวลา และความโปร่งใสในการนำเข้าพืชสวน โดยมีการใช้ระบบออนไลน์ INATRADE เข้ามาช่วย ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า การกำหนดให้ต้องขออนุญาตนำเข้าและจำกัดจำนวนใบอนุญาตมีนัยของการเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
กฎกระทรวงเกษตรฉบับใหม่ดังกล่าวมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Regulation of the Minister of Agriculture Number 86/Permentan/OT.104/8/2013 Concerning Import Recommendation of Horticulture Products” (กฎกระทรวงเกษตรหมายเลข 86/P/Permentan/OT.104/8/2013 ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองการอนุญาตนำเข้าผลิตภัณฑ์พืชสวนจากต่างประเทศ) ซึ่งออกมาแทนกฎฉบับเก่าเลขที่ Regulation of the Minister of Agriculture Number 47/Permentan/OT.140/4/2013
ขณะที่ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ฉบับใหม่ข้างต้น มีชื่อว่า “No.47/M/DAG/PER/4/2013 Concerning Amendment of Regulation of the Minister of Trade No. 16/M-DAG/PER/4/2013
ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดระเบียบทั้งสองฉบับข้างต้น (ทั้งฉบับภาษาอังกฤษและฉบับแปล) และเอกสารชี้แจงรายละเอียด วิธีปฏิบัติและขั้นตอนการยื่นคำขอใบ RIPH (ภาษาไทย) ได้ที่เว็บไซต์ www.thaibiz.net แห่งนี้ โดยเข้าไปที่ “มุมสมาชิก”
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
