ภาคการค้าปลีกมีส่วนสำคัญในการเพิ่ม GDP ของประเทศ
ภาคการค้าปลีกมีส่วนสำคัญในการเพิ่ม GDP ของประเทศ

นางดิง ถิ หมี ลวาน นายกสมาคมผู้ประกอบการการค้าปลีกของเวียดนาม กล่าวว่า ภาคการค้าปลีกของเวียดนามจะมีสัดส่วนใน GDP ของประเทศเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14 ในปี 2556 เป็นร้อยละ 23 ในปี 2557 เนื่องจากภาคการค้าปลีกกำลังได้รับความสนใจจากบรรดานักลงทุนชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก ประกอบกับเวียดนามมีประชากรสูงถึง 90 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยรุ่นและมีการใช้จ่ายมากกว่าร้อยละ 70 ของรายได้ นอกจากนี้ จากผลการสำรวจล่าสุดยังพบอีกว่า ประชากรกว่า 100,000 คนต้องการให้มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ประชากร 10,000 คนต้องการให้มีซูเปอร์มาร์เก็ต และประชากรอีก 1,000 คนต้องการให้มีร้านสะดวกซื้อ

กรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ซึ่งถือเป็นเมืองขนาดใหญ่ของเวียดนาม ยังไม่มีการจัดระบบการค้าปลีกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีเท่าใดนัก ขณะที่พื้นที่อีกกว่าร้อยละ 70 ของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่ชนบทยังไม่มีการพัฒนาระบบการค้าปลีก จากผลการสำรวจของสมาคมผู้ประกอบการการค้าปลีกของเวียดนาม พบว่า ปัจจุบันเวียดนามมีศูนย์การค้าทันสมัย 717 แห่ง และตลาดดั้งเดิมอีกกว่า 8,600 แห่ง สัดส่วนการค้าปลีกของเวียดนามอยู่ที่ร้อยละ 22 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ที่ร้อยละ 30 ไทยร้อยละ 46 จีนร้อยละ 51 และมาเลเซียร้อยละ 60

เพื่อเป็นการพัฒนาในโครงสร้างตลาดการค้าปลีกของเวียดนาม บรรดาผู้ประกอบการจะต้องลงทุนในภาคการค้าปลีกเพิ่มขึ้น ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 มีผู้ประกอบการกว่า 11,000 รายกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้งหลังจากปิดกิจการชั่วคราวเนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยในจำนวนนี้เป็นภาคการค้าปลีกกว่าร้อยละ 30

ผู้ประกอบการภาคการค้าปลีกของเวียดนามยังมีศักยภาพจำกัดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความชำนาญ แหล่งสินค้า และการกระจายสินค้าที่ยังจำเป็นต้องพัฒนา ตลอดจนมีความสามารถในการแข่งขันในระดับต่ำเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาภาคการค้าปลีก อาทิ การปรับปรุงคุณภาพในการผลิตและบรรจุภัณฑ์เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าให้มากขึ้น นอกจากนี้ การเข้าถึงเงินทุนยังคงจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนเพื่อการพัฒนาแรงงาน ผู้ประกอบการการค้าปลีกจึงต้องเพิ่มความร่วมมือระหว่างกันเพื่อพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน

13 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ