ญี่ปุ่นใจป้ำทุ่ม 600 ล้านดอลล์

ญี่ปุ่นแสดงท่าทีดังกล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำญี่ปุ่นและอาเซียน ฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 40 ปี ซึ่งมีขึ้นที่กรุงโตเกียวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้หารือกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม โดยระบุถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมายาวนานถึง 60 ปี และญี่ปุ่นก็ยินดีที่จะเพิ่มการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เมียนมาร์เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็น
ทั้งนี้ มีการลงนามในสนธิสัญญาด้านการลงทุนเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของภาคเอกชนญี่ปุ่นในเมียนมาร์ด้วย โดยภายใต้สนธิสัญญาดังกล่าว บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นที่เข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาร์จะได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาลเมียนมาร์เฉกเช่นบริษัทท้องถิ่น ผู้นำของญี่ปุ่นกล่าวภายหลังพิธีลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวว่า สนธิสัญญาฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นที่จะสนับสนุนนโยบายเปิดตลาดเสรีของเมียนมาร์ ด้านนายเต็ง เส่ง ผู้นำเมียนมาร์ ก็แสดงความมั่นใจว่า สนธิสัญญาฉบับนี้จะขยายโอกาสให้กับการลงทุนของญี่ปุ่นในเมียนมาร์ นอกจากนี้ เนื้อหาสาระส่วนหนึ่งของสนธิสัญญายังครอบคลุมถึงมาตรการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลและผู้ลงทุนด้วย
ผู้นำญี่ปุ่นยังประกาศว่า "ญี่ปุ่นจะพยายามให้ความร่วมมือกับเมียนมาร์และไทยในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่อยู่ทางตอนใต้ของเมียนมาร์ด้วย" แม้จะยังไม่มีรายละเอียดออกมาว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือในโครงการนี้อย่างไร แต่การประกาศถึงโครงการทวายของผู้นำญี่ปุ่นก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ย้ำว่าญี่ปุ่นจะเข้าร่วมในโครงการดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน 2555 นายเต็ง เส่ง เดินทางเยือนญี่ปุ่นเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างญี่ปุ่นและผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง และการประชุมสุดยอดของผู้นำญี่ปุ่นและเมียนมาร์ ในครั้งนั้นมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน หรือ เอ็มโอยู 3 ฉบับ คือ เอ็มโอยูว่าด้วยความช่วยเหลือของญี่ปุ่นในการให้ทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเมียนมาร์ เอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือในโครงการพัฒนาหลักๆ เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา และเอ็มโอยูว่าด้วยความช่วยเหลือของญี่ปุ่นต่อเมียนมาร์ในการป้องกันภัยธรรมชาติตลอดจนการฟื้นฟูสภาพป่าโกงกางลุ่มน้ำอิระวดี หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2556 นายอาเบะก็เดินทางเยือนเมียนมาร์อย่างเป็นทางการและนับเป็นการเยือนเมียนมาร์เป็นครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่นในรอบ 36 ปี
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เมียนมาร์มากที่สุด โดยมีการยกเลิกหนี้ให้แก่เมียนมาร์ถึง 5.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่จะเริ่มให้เงินกู้และเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมา 60 ปี แต่ญี่ปุ่นมีการลงทุนในเมียนมาร์น้อยกว่าจีนและอินเดียหลายเท่า โดยสถิติล่าสุดพบว่า จีนมีมูลค่าการลงทุนในเมียนมาร์คิดเป็นมูลค่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งหมดของต่างชาติในเมียนมาร์ ขณะที่ญี่ปุ่นมีการลงทุนในเมียนมาร์ประมาณ 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น
การเร่งจับมือผุดโครงการความร่วมมือกับเมียนมาร์ในเวลานี้จึงอาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลงทุนของต่างชาติในเมียนมาร์ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาทางตอนใต้ของเมืองย่างกุ้งมีผู้ลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นไปปักหลักเป็นหัวหอกการลงทุนหลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมิตซูบิชิ มารูเบนิ หรือซูมิโตโม
นอกเหนือจากเมียนมาร์แล้ว ญี่ปุ่นยังมียุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียนในภาพรวม โดยนายอาเบะได้ประกาศหลังการประชุมสุดยอดกับผู้นำ 10 ชาติอาเซียน (ยกเว้นไทยที่มีรักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้) ว่า ญี่ปุ่นจะให้ความสนับสนุนทางการเงินซึ่งอยู่ในรูปเงินช่วยเหลือและเงินกู้มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในระยะ 5 ปีข้างหน้า และจะเพิ่มความสัมพันธ์ทางการทหารกับอาเซียนมากขึ้นด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,906 วันที่ 19 - 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556
23 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล:
ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ญี่ปุ่น, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
