ญี่ปุ่นใจป้ำทุ่ม 600 ล้านดอลล์
ญี่ปุ่นใจป้ำทุ่ม 600 ล้านดอลล์
     ญี่ปุ่นรับปากให้เงินช่วยเหลือเมียนมาร์ 6.3 หมื่นล้านเยนหรือประมาณ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 1.9 หมื่นล้านบาท) พร้อมให้การสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งติละวาและทวาย โดยนักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือความพยายามล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นในการเข้ามาถ่วงดุลอำนาจและอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
     ญี่ปุ่นแสดงท่าทีดังกล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำญี่ปุ่นและอาเซียน ฉลองครบรอบความสัมพันธ์ 40 ปี ซึ่งมีขึ้นที่กรุงโตเกียวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้หารือกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม โดยระบุถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศที่มีมายาวนานถึง 60 ปี และญี่ปุ่นก็ยินดีที่จะเพิ่มการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เมียนมาร์เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็น
      ทั้งนี้ มีการลงนามในสนธิสัญญาด้านการลงทุนเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจของภาคเอกชนญี่ปุ่นในเมียนมาร์ด้วย โดยภายใต้สนธิสัญญาดังกล่าว บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นที่เข้าไปทำธุรกิจในเมียนมาร์จะได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาลเมียนมาร์เฉกเช่นบริษัทท้องถิ่น ผู้นำของญี่ปุ่นกล่าวภายหลังพิธีลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวว่า สนธิสัญญาฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นที่จะสนับสนุนนโยบายเปิดตลาดเสรีของเมียนมาร์ ด้านนายเต็ง เส่ง ผู้นำเมียนมาร์ ก็แสดงความมั่นใจว่า สนธิสัญญาฉบับนี้จะขยายโอกาสให้กับการลงทุนของญี่ปุ่นในเมียนมาร์ นอกจากนี้ เนื้อหาสาระส่วนหนึ่งของสนธิสัญญายังครอบคลุมถึงมาตรการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลและผู้ลงทุนด้วย    
      ผู้นำญี่ปุ่นยังประกาศว่า "ญี่ปุ่นจะพยายามให้ความร่วมมือกับเมียนมาร์และไทยในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่อยู่ทางตอนใต้ของเมียนมาร์ด้วย" แม้จะยังไม่มีรายละเอียดออกมาว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือในโครงการนี้อย่างไร แต่การประกาศถึงโครงการทวายของผู้นำญี่ปุ่นก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ย้ำว่าญี่ปุ่นจะเข้าร่วมในโครงการดังกล่าว
      ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายน 2555 นายเต็ง เส่ง เดินทางเยือนญี่ปุ่นเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างญี่ปุ่นและผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง และการประชุมสุดยอดของผู้นำญี่ปุ่นและเมียนมาร์ ในครั้งนั้นมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน หรือ เอ็มโอยู 3 ฉบับ คือ เอ็มโอยูว่าด้วยความช่วยเหลือของญี่ปุ่นในการให้ทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเมียนมาร์ เอ็มโอยูว่าด้วยความร่วมมือในโครงการพัฒนาหลักๆ เช่น การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา และเอ็มโอยูว่าด้วยความช่วยเหลือของญี่ปุ่นต่อเมียนมาร์ในการป้องกันภัยธรรมชาติตลอดจนการฟื้นฟูสภาพป่าโกงกางลุ่มน้ำอิระวดี  หลังจากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2556 นายอาเบะก็เดินทางเยือนเมียนมาร์อย่างเป็นทางการและนับเป็นการเยือนเมียนมาร์เป็นครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่นในรอบ 36 ปี
      ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เมียนมาร์มากที่สุด โดยมีการยกเลิกหนี้ให้แก่เมียนมาร์ถึง 5.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่จะเริ่มให้เงินกู้และเงินช่วยเหลือก้อนใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมา 60 ปี แต่ญี่ปุ่นมีการลงทุนในเมียนมาร์น้อยกว่าจีนและอินเดียหลายเท่า โดยสถิติล่าสุดพบว่า จีนมีมูลค่าการลงทุนในเมียนมาร์คิดเป็นมูลค่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของเม็ดเงินลงทุนรวมทั้งหมดของต่างชาติในเมียนมาร์ ขณะที่ญี่ปุ่นมีการลงทุนในเมียนมาร์ประมาณ 292 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น  
      การเร่งจับมือผุดโครงการความร่วมมือกับเมียนมาร์ในเวลานี้จึงอาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์การลงทุนของต่างชาติในเมียนมาร์ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาทางตอนใต้ของเมืองย่างกุ้งมีผู้ลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นไปปักหลักเป็นหัวหอกการลงทุนหลายรายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมิตซูบิชิ มารูเบนิ หรือซูมิโตโม
      นอกเหนือจากเมียนมาร์แล้ว ญี่ปุ่นยังมียุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์กับประเทศในอาเซียนในภาพรวม โดยนายอาเบะได้ประกาศหลังการประชุมสุดยอดกับผู้นำ 10 ชาติอาเซียน (ยกเว้นไทยที่มีรักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้) ว่า ญี่ปุ่นจะให้ความสนับสนุนทางการเงินซึ่งอยู่ในรูปเงินช่วยเหลือและเงินกู้มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในระยะ 5 ปีข้างหน้า และจะเพิ่มความสัมพันธ์ทางการทหารกับอาเซียนมากขึ้นด้วย


ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,906  วันที่ 19 - 21  ธันวาคม  พ.ศ. 2556
23 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ