เวียดนามประกาศลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากภูมิภาคอาเซียน
เวียดนามประกาศลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากภูมิภาคอาเซียน

ภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) เวียดนามจะปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากภูมิภาคอาเซียนลงเหลือร้อยละ 50 – 60 ซึ่งจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ซึ่งภูมิกาคอาเซียนเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของบริษัทผู้ผลิตชาวญี่ปุ่น อาทิ บริษัทโตโยต้าและบริษัทฮอนด้า เป็นต้น จากสถิติของสำนักงานศุลกากรของเวียดนาม พบว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 เวียดนามนำเข้ารถยนต์จากไทยและอินโดนีเซีย 8,826 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555

ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามมีมติอนุมัติปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์เมื่อเดือนมีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดซื้อขายรถยนต์ในเวียดนามตื่นตัวมากขึ้น ถึงแม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขณะเดียวกัน จังหวัดต่างๆ ของเวียดนามได้ทยอยปรับลดภาษีการจดทะเบียนรถยนต์ลงราวร้อยละ 10 ของราคารถยนต์ ตัวอย่างเช่น นครโฮจิมินห์ ปรับลดภาษีการจดทะเบียนรถยนต์ลงเหลือร้อยละ 10 ซึ่งจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ขณะที่กรุงฮานอยจัดเก็บภาษีจดทะเบียนรถยนต์อยู่ที่ร้อยละ 12

นาย เหงียน วัน แถ่ง นายกสมาคมการขนส่งทางรถยนต์ของเวียดนาม กล่าวว่า ถึงแม้เศรษฐกิจของเวียดนามจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่การปรับลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ส่วนบุคคล จะทำให้ตลาดการซื้อขายรถยนต์ในปี 2556 ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถิติของกระทรวงคมนาคมเวียดนามพบว่า ในช่วงปี 2545 – 2555 ยอดซื้อรถยนต์ขนาดเล็กในกรุงฮานอยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 17.23 ขณะที่ในนครโฮจิมินห์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 14.88

นาย ค๊วด เวียด หุ่ง อธิบดีกรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคมของเวียดนาม กล่าวว่า ถึงแม้ปริมาณรถยนต์ในกรุงฮานอยจะมีเพียงร้อยละ 10 ของจำนวนรถจักรยานยนต์ แต่ก็มีสัดส่วนบนท้องถนนถึงร้อยละ 55 และต้องใช้พื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ถึงร้อยละ 60 ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดทั้งในกรุงฮานอยและเมืองใหญ่ของเวียดนาม ดังนั้น เวียดนามจึงควรพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมมากกว่า การออกนโยบายจำกัดการซื้อรถยนต์ ด้วยการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมต่างๆ

9 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ