เศรษฐกิจญี่ปุ่นแผ่ว ส่งสัญญาณ "อาเบะโนมิกส์" เหลว
เศรษฐกิจญี่ปุ่นแผ่ว ส่งสัญญาณ "อาเบะโนมิกส์" เหลว
     การฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มสะดุดในช่วงปลายปีที่แล้ว ขณะที่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งสูงเป็นสถิติในเดือนแรกของปีนี้ สร้างความวิตกให้กับหลายฝ่ายว่า เขตเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลกกำลังชะลอตัว ก่อนที่จะเจอมรสุมลูกใหญ่อย่างการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนเมษายน

     รอยระบุว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีกลาย จีดีพีแดนปลาดิบขยายตัวเพียง 0.7% ซึ่งเป็นตัวเลขปรับปรุงล่าสุด ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 1.0% โดยเป็นผลจากการลงทุนในภาคธุรกิจ ตลอดจนการบริโภคแผ่วลง ตัวเลขที่ลดลงจากไตรมาส 3 ซึ่งเติบโต 0.9% ทำให้คาดหมายกันว่า ธนาคารกลางของญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปเพื่อค้ำจุนเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

     ข่าวร้ายอีกอย่างของญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ในรูปตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดประจำเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งพุ่งเป็น 1.59 ล้านล้านเยน (1.54 หมื่นล้านดอลลาร์) จากที่ประเมินไว้ว่าจะขาดดุล 1.4 ล้านล้านเยน ทั้งๆ ที่ค่าเงินเยนอ่อนตัวโดยในเดือนแรกของปีนี้ การส่งออกเติบโต 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 30.3% สะท้อนว่าการอ่อนค่าของเงินเยนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการส่งออกและแก้ไขปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

     ตัวเลขน่าผิดหวังที่ทยอยออกมาช่วงไม่กี่วันมานี้ทำให้ความเคลือบแคลงในประสิทธิภาพของนโยบาย "อาเบะโนมิกส์" ของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

     นักเศรษฐศาสตร์หันมาตั้งคำถามว่า นโยบายดังกล่าวซึ่งประกอบด้วย การเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านธนาคารกลาง และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพียงพอที่จะสร้างการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับญี่ปุ่นหรือไม่

     อาเบะโนมิกส์ช่วยให้จีดีพีญี่ปุ่นเติบโต4% ช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว สูงสุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว แต่การเติบโตหดลงเหลือไม่ถึง 1% ในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากการส่งออก การลงทุน และการบริโภคชะลอลง

     นักวิเคราะห์มองว่า การส่งออกที่เติบโตไม่สูงนักสร้างความกังวลให้กับทางการญี่ปุ่น เนื่องจากตั้งแต่ 1 เมษายนนี้ รัฐบาลเตรียมขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 3% เป็น 8% ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยสดใสอยู่แล้วทรุดหนักลงอีก "การเติบโตที่แผ่วลงสะท้อนถึงความล้มเหลวของอาเบะโนมิกส์ที่พึ่งพาการอ่อนค่าของเงินเยน และนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณของ BOJ แต่นโยบายดังกล่าวไม่ช่วยยกระดับการเติบโตของญี่ปุ่นในระยะยาว หรือปรับปรุงดุลบัญชีเดินสะพัด" ฮิโรมิชิ ชิรากาวะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากเครดิต สวิส สาขาโตเกียวระบุ

     นายชิรากาวะยังเชื่อด้วยว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากขยายเวลาการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ในเดือนที่แล้วโดยรอยเตอร์สที่ออกมาว่า BOJ จะยังคงอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก หลังอานิสงส์ของอาเบะโนมิกส์เริ่มจางลง

     ทั้งนี้ BOJ เริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีลักษณะคล้ายกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐตั้งแต่เมษายนปี 2556 เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินฝืดเรื้อรังที่กัดกินเศรษฐกิจญี่ปุ่นมานาน 15 ปี โดยให้คำมั่นว่าจะขยายฐานเงินราว 60-70 ล้านล้านดอลลาร์ (5.9-6.9 แสนล้านดอลลาร์) ต่อปี

     อย่างไรก็ตาม คาดว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นช่วงสั้นๆ ในปลายไตรมาสแรกของปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคจะซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนการปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่นักวิเคราะห์หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การเติบโตที่แท้จริงยังไม่แข็งแกร่งพอ และรัฐบาลจำเป็นต้องผุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมออกมาอีก

     "มีหลายปัจจัยที่ชี้ว่า การบริโภคของภาคครัวเรือนยังไม่แข็งแกร่ง และมีความกังขาถึงสภาพเศรษฐกิจหลังขึ้นภาษี"

     โนริโอะ มิยากาวะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษามิซูโอะ ซีเคียวริตีส์กล่าว ยิ่งไปกว่านั้นคาดว่าการเติบโตในไตรมาส 2 จะฟุบ เพราะผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย

     ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ของ BOJ เคยระบุว่า การฟื้นตัวในภาคการส่งออกจะช่วยชดเชยความปั่นป่วนที่เกิดจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบสูงขึ้นอาจทำให้สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่ BOJ คาดไว้

     นอกจากนี้ ยังอาจกระทบต่อแผนกระตุ้นเงินเฟ้อที่รัฐบาลและธนาคารกลางตั้งเป้าให้แตะ 2% ภายในต้นปี 2558 แต่เมื่อพิจารณาจากดีมานด์ที่ยังทรงๆ ทรุดๆ ทางการญี่ปุ่นคงต้องลุ้นตัวโก่งว่าจะทำได้ตามเป้าหรือไม่


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
19 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ