เขตการค้าเสรีเวียดนาม–สหภาพยุโรป จะช่วยส่งเสริมการส่งออก

เวียดนามและสหภาพยุโรปคาดว่าจะมีการลงนามในเขตการค้าเสรีระหว่างกันได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2557 โดยการลงนามในเขตการค้าเสรีของทั้งสองฝ่ายจะนำมาซึ่งประโยชน์ระหว่างกัน นาย Jean-Jacques Bouflet อัครราชทูตที่ปรึกษาและประธานคณะผู้แทนเศรษฐกิจและการค้าของสหภาพยุโรปที่เดินทางมายังเวียดนามเพื่อเข้าร่วมประชุมกับทางการเวียดนาม กล่าวว่า สหภาพยุโรปถือเป็นหนึ่งในตลาดการส่งออกสินค้าที่สำคัญของเวียดนาม ซึ่งในปัจจุบันการส่งออกของเวียดนามไปยังสหภาพยุโรปได้รับสิทธิประโยชน์จากระบบสิทธิพิเศษทางศุลกากรที่มอบให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา หรือระบบ GSP (Generalized System of Preferences - GSP) ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายในระยะยาว การลงนามในข้อตกลงเขตการเสรีจึงเป็นช่องทางที่จะนำมาซึ่งประโยชน์ของทั้งฝ่าย

ทันทีที่มีการลงนามในข้อตกลงเขตการค้าเสรี เวียดนามจะได้รับสิทธิพิเศษในการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปในอัตราภาษีที่ต่ำกว่าระบบ GSP ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยอัตราภาษีภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงจนเหลือร้อยละ 0 นอกจากนี้ ข้อตกลงเขตการค้าเสรีจะทำให้ยอดการลงทุนจากสหภาพยุโรปในเวียดนามปรับตัวเพิ่มขึ้น อันจะนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการสร้างงานให้กับแรงงานในเวียดนามเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีการลงนามในเขตการค้าเสรีระหว่างกัน แต่บรรดาผู้ผลิตในเวียดนามจำเป็นจะต้องพัฒนาคุณภาพของสินค้า เนื่องจากสหภาพยุโรปมีระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการควบคุมดูและความปลอดภัยในสินค้า สัตว์ สุขภาพและสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการเวียดนามควรให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

นาย เล กี่ แอ็ง ผู้เชี่ยวชาญของคณะผู้แทนจากสหภาพยุโรปที่เดินทางมายังเวียดนาม กล่าวว่า เว็บไซต์ของศูนย์ข้อมูลการทำธุรกิจส่งออกไปยังประเทศในสหภาพยุโรป (Export Helpdesk) จะสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้อและเป็นประโยชน์ให้แก่บรรดาผู้ประกอบการเวียดนาม อาทิ ข้อมูลด้านภาษี ขั้นตอนการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป และสิทธิพิเศษทางการค้าที่จะได้รับ เป็นต้น นาย หวอ เติน แถ่ง ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ในปี 2555 สหภาพยุโรปได้กลายเป็นตลาดการส่งออกสินค้าที่สำคัญของเวียดนามแทนที่สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปได้กลายเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญเป็นอันดับที่ 2 ของเวียดนาม

ในปี 2556 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและเวียดนามอยู่ที่ 33.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออกจากเวียดนามทั้งสิ้น 24.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเวียดนามด้วยโครงการการลงทุน 1,401 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 18.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของเวียดนามไปยังสหภาพยุโรป ได้แก่ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า กาแฟ ผลิตภัณฑ์จากไม้ และอาหารทะเล ขณะเดียวกัน สินค้าที่เวียดนามนำเข้าจากสหภาพยุโรป ได้แก่ เครื่องจักรกล ยารักษาโรค เครื่องบินและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น

20 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม
โดย: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ