เวียดนามวางแผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ
เวียดนามวางแผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ
         กระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนาม ประกาศแผนการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจใน 2 พื้นที่หลักได้แก่ เขตเศรษฐกิจในเขตภาคใต้และเขตเศรษฐกิจในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงปี 2563 และวิสัยทัศน์ปี 2573 นาย หวู กวาง ก๊าก อธิบดีกรมการวางแผน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม กล่าวว่า เขตเศรษฐกิจในเขตภาคใต้ครอบคลุมพื้นที่ของนครโฮจิมินห์ จังหวัดบิ่งเฟื๊อก จังหวัดเติยนิง จังหวัดบิ่งเซือง จังหวัดด่งนาย จังหวัดบ่าเรีย – หวุงเต่า จังหวัดลองอาน และจังหวัดเตี่ยนซาง โดยในแผนพัฒนาตั้งเป้าที่จะพัฒนาให้เขตเศรษฐกิจภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความตื่นตัวและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการพัฒนาจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการขยายตัวของ ตัวเมือง โดยจะมีนครโฮจิมินห์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยง ซึ่งตั้งเป้าอัตราการขยายตัวของ GDP ในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 8 – 8.5 และระหว่างปี 2559 – 2563 ไว้ที่ร้อยละ 8.5 – 9
         ขณะเดียวกัน คาดว่าในปี 2563 ภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 95 – 96 และภาคอุตสาหกรรมการบริการจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 44 ของ GDP นอกจากนี้ นาย หวู กวาง ก๊าก คาดว่า GDP เฉลี่ยต่อประชากรในปี 2558 ในเขตภาคใต้ของเวียดนามจะอยู่ที่ประมาณ 3,900 – 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นเป็น 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้แผนพัฒนาในข้างต้นยังได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยต่อคนในปี 2558 ให้อยู่ที่ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ/คน และเพิ่มขึ้นเป็น 5,400 ดอลลาร์สหรัฐ/คน ทั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ประชากรในเขต ภาคใต้ของเวียดนามในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 21 – 22 ล้านคน และจะสามารถสร้างงานให้กับแรงงานในพื้นที่ได้อีกราว 340,000 – 350,000 คน/ปี ส่งผลให้อัตราความยากจนลดลงจากร้อยละ 4 ต่อปีเหลือเพียงร้อยละ 2 ต่อปี
         เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในข้างต้น รัฐบาลเวียดนามเรียกร้องให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ดังกล่าวเร่งปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพในกระบวนการผลิต เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุน การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมซอฟแวร์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง การบริการ การเงิน การธนาคาร การคมนาคมและการสื่อสาร เพื่อเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในเขตพื้นที่ดังกล่าว
         ในส่วนของแผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในปี 2563 จะครอบคลุมพื้นที่
นครเกิ่นเทอ จังหวัดก่าเมา จังหวัดอานซาง และจังหวัดเกียนซาง ซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญของเวียดนาม นอกจากนี้ เป้าหมายการพัฒนาจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางทางด้านพลังงานที่สำคัญของเวียดนาม อีกทั้งยังวางเป้าหมายให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทางการท่องเที่ยวและการผลิตอาหารที่สำคัญ ซึ่งจะมีส่วน สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
รัฐบาลจะมุ่งเน้นการพัฒนาเขตเศรษฐกิจในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงให้มีโครงสร้างที่มั่นคงและสร้างเครือข่ายระบบโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่มีความทันสมัย โดยตั้งเป้าอัตราการขยายตัวของ GDP ของพื้นที่ในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 11 และในปีต่อๆ ไปเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 ขณะเดียวกัน คาดว่า GDP เฉลี่ยต่อประชากรในปี 2558 ในเขตเศรษฐกิจที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงจะอยู่ที่ 2,470 ดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มขึ้นเป็น 4,400 ดอลลาร์สหรัฐ   ในปี 2563 มูลค่าการส่งออกในปี 2558 คาดว่าจะอยู่ที่ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2563 อยู่ที่ 10.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
          ในส่วนของเป้าหมายด้านการเกษตร คาดว่าในปี 2558 เขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงจะสามารถผลิตข้าวได้ถึง 9 ล้านตัน และเพิ่มขึ้นเป็น 10.2 ล้านตันในปี 2563 ขณะเดียวกัน คาดว่าการผลผลิตจากการประมงในปี 2558 จะอยู่ที่ 2,030 ตัน และเพิ่มขึ้นเป็น 2,420 ตันในปี 2563 นอกจากนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างงานในเขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในช่วงปี 2559 – 2563 ให้กับแรงงาน 170,000 – 175,000 คน
          ภายใต้แผนการพัฒนาในข้างต้น ภาคอุตสาหกรรมในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงจะต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน และจะต้องมีกระแสไฟฟ้าใช้ครบทุกครัวเรือน ทั้งนี้ แผนพัฒนายังได้ตั้งเป้าอัตราการขยายตัวของภาคเกษตรกรรมในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 5.4 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5 ในปี 2563 ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมจะต้องยกระดับคุณภาพในกระบวนการผลิตโดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งแผนพัฒนาฯ ตั้งเป้าอัตราการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงในปี 2558 ไว้ที่ร้อยละ 17 และในปี 2563 ไว้ที่ร้อยละ 16

18 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ