เวียดนามสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

นายกาว ก๊วก ฮึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม กล่าวว่า บริษัทผู้ประกอบการค้าน้ำมันรายใหญ่ อาทิ บริษัท Petrolimex และบริษัท PVOil เตรียมเปิดขายน้ำมันชีวภาพ E5 ซึ่งได้จากการผสมน้ำมันเบนซินร้อยละ 95 กับเอทานอลร้อยละ 5 ใน 7 เมืองหลักของเวียดนาม ได้แก่ กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ นครไฮฟอง นครดานัง นครเกิ่นเทอ จังหวัดกว่างหงาย และจังหวัดบาเรีย-หวุงเต่าโดยบริษัท Petrolimex จะเริ่มเปิดจำหน่ายน้ำมันชีวภาพ E5 ในจังหวัดกว่างหงายก่อนเป็นอันดับแรกในวันที่ 1 กันยายน 2557

ขณะเดียวกัน เวียดนามเตรียมเปิดขายน้ำมัน E5 RON 92 ซึ่งได้จากการผสมเอทานอลร้อยละ 4-5 กับน้ำมันเบนซินซึ่งจะเข้ามาแทนที่น้ำมัน Mogas 92 ก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามได้เสนอแผนขายน้ำมันชีวภาพต่อรัฐบาลเวียดนาม โดยมีกำหนดขายเดิมในปี 2556 แต่มีความล่าช้าไปหนึ่งปี เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่มีความมั่นใจในน้ำมันชีวภาพ ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจึงชะลอการขายน้ำมันชีวภาพมาเป็นในปี 2557 ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการค้าน้ำมัน 10 รายเปิดขายน้ำมันชีวภาพในสถานีน้ำมัน 169 สถานีจากทั้งสิ้น 13,000 สถานีทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันชีวภาพของผู้บริโภคจะมีสัดส่วน 1 ใน 8 ของความต้องการน้ำมันทั้งหมดในเวียดนาม

นาย เหงียน ซิง คาง รองผู้จัดการบริษัท PetrolVietnam กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญในการขายน้ำมันชีวภาพคือการขาดการลงทุนในการปรับปรุงสถานีน้ำมันเพื่อจำหน่ายน้ำมันชีวภาพ ประกอบกับต้นทุนในการผลิตน้ำมันชีวภาพยังคงสูงกว่าการผลิตน้ำมันทั่วไป ดังนั้น รัฐบาลเวียดนามและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าควรมีนโยบายในการพัฒนาและสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว อาทิ การยกเว้นภาษีให้กับการนำเข้าอุปกรณ์และวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันชีวภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม แจ้งว่า ปัจจุบันต้นทุนการผลิตน้ำมันชีวภาพสูงกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป เนื่องจากจำเป็นต้องมีการลงทุนในการปรับปรุงสถานีจำหน่วยน้ำมัน แต่ในอนาคตน้ำมันชีวภาพจะสามารถแข่งขันกับน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไปได้เนื่องจากต้นทุนการผลิตจะค่อยๆ ปรับตัวลดลง ปัจจุบัน เวียดนามมีโรงผลิตน้ำมันชีวภาพ 6 แห่ง มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 535 ล้านลิตร/ปี และราคาน้ำมันชีวภาพ E5 RON 92 มีราคาเท่ากับน้ำมันเบนซิน

16 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในเวียดนาม

Back to the list

More Related

  • อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแรงสนับสนุนของภาครัฐต่อ การสนับสนุนการลงทุนต่างชาติ (FDI) ทำให้เวียดนามกลายเป็นตลาดที่น่าจับตามอง
  • เวียดนาม ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเข้มแข็งและพลวัตรที่เป็นไปทางบวกโดยต่อเนื่องทำให้เวียดนามเนื้อหอมในหมู่นักลงทุนต่างชาติ จนหลายครั้ง ไทยรู้สึกเกร็ง ๆ กับแนวโน้มที่เวียดนามกลายเป็นขึ้นแท่นลูกรักของต่างชาติในการเป็นฐานการผลิตและฐานการลงทุนในภูมิภาคนี้ แม้การแข่งขันกับไทยในบางสาขาธุรกิจอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่แค่เปลี่ยนมุมคิด ก็อาจพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้
  • “ดั๊กนง” ชื่อจังหวัดที่ยังอาจไม่เป็นที่คุ้นหูมากนักของผู้ประกอบการไทย เป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจในเวียดนาม ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงเก่าเพียง 4 ชั่วโมงทางรถยนต์จากนครโฮจิมินห์
  • เงินทุนจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปลงทุนในเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลเวียดนามเร่งปรับปรุงนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  
  • จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่า ในปี2557 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลมูลค่า 7.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปลาแซลมอน คือ ปลาที่พบกระจายพันธุ์อยู่ในซีกโลกทางเหนือ คือ อเมริกาเหนือ อลาสกา ,ไซบีเรีย, ยุโรปเหนือ, เอเชียเหนือ และเอเชียตะวันออก ปลาแซลมอนผสมพันธุ์ในน้ำจืดแต่ชีวิตส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในมหาสมุทร

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ