ญี่ปุ่นรุกตลาดอาหารอาเซียนจับมือซีพี รับกำลังซื้อชนชั้นกลางโตพรวด
ญี่ปุ่นรุกตลาดอาหารอาเซียนจับมือซีพี รับกำลังซื้อชนชั้นกลางโตพรวด
     บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจากญี่ปุ่นพาเหรดขยายการลงทุนในอาเซียน เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้นจากการเพิ่มจำนวนของกลุ่มชนชั้นกลางซึ่งมีกำลังซื้อมากขึ้น และยินดีจะจับจ่ายซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่ราคาสูง

     วอลล์สตรีต เจอร์นัล ตั้งข้อสังเกตว่า การเพิ่มจำนวนของผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในประเทศแถบนี้ อย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้บริษัทเทรดดิ้งแถวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง "อิโตชู" ตัดสินใจผนึกกำลังกับกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ในดีลมูลค่า 854 ล้านดอลลาร์ ผ่านการซื้อหุ้นของซีพีพี บริษัทลูกของซีพีที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยตั้งเป้าตอบสนองต่อความต้องการเนื้อสัตว์และปศุสัตว์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในจีนตลอดจนเอเชียอาคเนย์

     นอกเหนือจากจับมือกับกลุ่มซีพีแล้วอิโตชูยังร่วมทุนกับเมกมิลค์ สโนว์แบรนด์ ผู้ผลิตสินค้าจากนมและบริษัทพีที โรมาดาส ในอินโดนีเซีย เพื่อผลิตและจำหน่ายชีสที่สามารถวางไว้ในอุณหภูมิปกติหลังแกะบรรจุภัณฑ์แล้ว โดยอิโตชูจะเป็นผู้นำเข้านมผงจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่งต่อให้กับเมกมิลค์ที่ดูแลด้านการผลิต ส่วนโรมาดาสเป็นผู้ดูแลการจัดจำหน่าย

     เจ้าหน้าที่ของอิโตชูเปิดเผยว่า ทางบริษัทอาจพิจารณาส่งสินค้าไปขายนอกอินโดนีเซียถ้าธุรกิจไปได้สวย

     การซื้อหุ้นซีพีพีเป็นหนึ่งในดีลล่าสุดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ที่สะท้อนถึงการรุกคืบของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นเข้ามาเจาะกลุ่มผู้บริโภคในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ "ประชากรราว 600 ล้านคนในภูมิภาคนี้ เศรษฐกิจกำลังเติบโตพร้อมๆ ไปกับการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นโอกาสใหญ่สุดท้ายในเอเชีย-แปซิฟิก" นายเรียวอิชิ คิตะกาวะ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของอาซาฮี บริษัทผู้ผลิตเบียร์และเครื่องดื่มกล่าว

     เดือนเมษายนที่ผ่านมา อาซาฮีเผยว่าเตรียมทุ่มเงิน 240 ล้านดอลลาร์ ซื้ออีติกา อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากนมในอาเซียน หลังจากเข้าเทกโอเวอร์บริษัทเครื่องดื่มในมาเลเซียเมื่อปี 2554 ด้วยมูลค่า 200 ล้านดอลลลาร์ โดยอาซาฮีวางแผนจะผลิตและจำหน่ายกาแฟกระป๋องใส่นมข้นหวาน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับชาผสมนม เครื่องดื่มยอดนิยมของคนในย่านนี้

     ปัญหาประชากรญี่ปุ่นลดจำนวนลงและสัดส่วนผู้สูงอายุพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันให้บริษัทในญี่ปุ่นต้องออกมาแสวงหาการเติบโตนอกบ้าน โดยเฉพาะธุรกิจที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ เพราะนอกจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากญี่ปุ่นแล้ว ผู้คนในภูมิภาคนี้ยังมีทัศนคติค่อนข้างบวกต่อแดนอาทิตย์อุทัยด้วย

     นายฮิโรอากิ นากายามะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้บริโภคทั่วโลกจากมิตซูบิชิมองว่า "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่แค่แหล่งซื้อวัตถุดิบอีกต่อไป เราต้องการเข้าไปป้อนสินค้าให้ภูมิภาคนี้ด้วย" มิตซูบิชิซึ่งเป็นบริษัทเทรดดิ้งเบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นเมื่อวัดจากรายได้ ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า เข้าซื้อหุ้น 80% ของบริษัทโอลาม เกรนส์ ออสเตรเลีย ด้วยมูลค่า 63 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแป้งสาลีเพียงพอสำหรับป้อนตลาดเอเชียอาคเนย์

     การเทกโอเวอร์โอลาม เกรนส์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่มิตซูบิชิจับมือกับอัลฟ่า กรุ๊ป บริษัทค้าปลีกรายใหญ่สุดของอินโดนีเซีย ในการผลิตและจัดจำหน่ายขนมอบอย่างขนมปังและคุกกี้ในร้านค้าปลีกกว่า 8,000 สาขาของอัลฟ่าทั่วประเทศนอกจากนี้ มิตซูบิชิยังเป็นซัพพลายเออร์แป้งสาลีรวมถึงวัตถุดิบอื่นๆ ให้กับบริษัทยามาซากิ เบกกิง ที่มาเปิดโรงงานขนมอบใกล้กรุงจาการ์ตาด้วย

     ด้านบริษัทเทรดดิ้งชั้นนำอีกหลายแห่งของญี่ปุ่นก็ไม่มีใครยอมตกขบวนต่างพยายามหาพันธมิตรเพื่อเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ซูมิโตโมะ ผนึกกำลังกับเชอิล เจดัง จากเกาหลีใต้ ทุ่ม 44 ล้านดอลลาร์สร้างโรงงานแป้งสาลีในเวียดนาม ซึ่งมีกำหนดเปิดเดินสายการผลิตในเดือนมีนาคมปีหน้า

     ปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลสำหรับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นคือการแข่งขันอันดุเดือด เพราะไม่ใช่แค่เพียงภาคธุรกิจจากแดนปลาดิบเท่านั้นที่มองเห็นโอกาสในภูมิภาคนี้ บริษัทระดับโลกอย่างเคลล็อกส์และเนสท์เล่ก็กำลังขยายฐานการลงทุนใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเช่นกัน

     "อาเซียนกำลังโดดเด่น แต่ขณะเดียวกันก็หมายความว่าทุกสายตาจับจ้องมาที่ภูมิภาคนี้ คุณต้องเหนือกว่าคนอื่นในหนึ่งหรือสองด้าน และต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วย มิฉะนั้นอะไรๆ จะพลิกผันในชั่วพริบตา" นายฮิโรชิ ซาจิ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์มิซูโฮะ ซีเคียวริตีส์ให้ความเห็น


ขอบคุณรูปภาพจาก : topicstock.pantip.com
13 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ