"มูจิ" เคลื่อนทัพบุกเอเชีย-ยุโรป เพิ่มไลน์สินค้าตกแต่งบ้านชน "อิเกีย"
"มูจิ" เคลื่อนทัพบุกเอเชีย-ยุโรป เพิ่มไลน์สินค้าตกแต่งบ้านชน "อิเกีย"
     ชาวตะวันตกจำนวนไม่น้อยที่มีความนิยมชมชอบและคลั่งไคล้ในดีไซน์เรียบง่ายของปากกา, สมุด และของกระจุกกระจิกอื่น ๆ จากแบรนด์สินค้าญี่ปุ่น "มูจิ" นอกจากนี้ยังอาจจะต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่าบริษัทดังกล่าวใช้กลยุทธ์อะไรที่มัดใจฐานลูกค้าได้จำนวนมาก รวมถึงแนวทางของแบรนด์ที่ต้องการจะก้าวไปในอนาคต

     นิตยสารฟอร์บสเปิดเผยว่า หาก "มูจิ" โฟกัสมาตลาดแถบตะวันตก "อิเกีย" จะต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ เป็นแน่ เนื่องจากล่าสุดมูจิมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเริ่มขยายธุรกิจมายังชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ และนักช็อปชาวอเมริกันหรือยุโรปตะวันตก อาจจะต้องควักกระเป๋าเพิ่มขึ้นเพื่อจับจ่ายสินค้าที่มีนานาชนิด ทั้งเครื่องแต่งกาย ของเล่น หรือของตกแต่งบ้าน

     โดยปัจจุบันมูจิมีสาขาในญี่ปุ่น 385 สาขา และในต่างประเทศ 255 สาขา ในขณะที่อิเกียมีสาขาน้อยกว่า "ไค ซูซูกิ" ผู้อำนวยการแผนกเครื่องใช้ในครัวเรือนและบริหารสินค้าของมูจิ ระบุว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ใส่เข้าไปในแบรนด์มีมากกว่าที่คนทั่วไปสามารถมองเห็น และบริษัทเองก็ยังไม่ได้สื่อสารไปยังกลุ่มผู้บริโภคชาวสหรัฐหรือชาวยุโรปให้เข้าใจเรื่องราวของแบรนด์อย่างเต็มที่

     "มูจิ" ได้เริ่มธุรกิจในปี 2523 โดยใช้ชื่อว่า "มูจิ" มาจากคำว่า "มูจิรุชิ เรียวฮิน" หมายถึง "สินค้าคุณภาพแต่ไม่มีแบรนด์" ซึ่งฟังดูแล้วขัดแย้งกัน แต่ด้วยคอนเซ็ปต์ไม่มียี่ห้อและผลิตภัณฑ์ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาผ่านไอเดียที่ประณีตนี้เอง ทำให้ชื่อของมูจิกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคจดจำได้อย่างรวดเร็ว

     "เราต้องการสื่อสารถึงปรัชญาของมูจิ ผ่านไปยังสินค้าของเรา" ซูซูกิระบุ

     ขณะที่ "โยชิโนริ ฟูจิคาวา" ศาสตราจารย์สาขาวิชากลยุทธ์ระดับองค์กรนานาชาติ มหาวิทยาลัยฮิโตะสึบะชิระบุว่า มูจิไม่เคยเปิดเผยชื่อของดีไซเนอร์ผู้ออกแบบผลงานต่าง ๆ ของสินค้ากว่า 7,500 รายการ ที่สำคัญ คือ มูจิจะให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความละเอียดอ่อนในการเลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์ ภายใต้กลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงได้ เรียบง่ายแต่มีสไตล์ และแต่ละชิ้นจะถูกพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะยกตัวอย่าง "ถุงเท้า 90 องศา" เป็นถุงเท้าที่มีรูปร่างตามลักษณะท่ายืนของคนที่ตั้งฉากกับพื้น ต่างจากถุงเท้าทั่วไปที่มักจะทำมุม 120 องศา

     "หนึ่งในทีมงานของเราไปพบถุงเท้า 90 องศาแบบถักนิตติ้งจากคุณยายคนหนึ่งในเชโกสโลวะเกีย เราคิดว่ามันตรงกับปรัชญาของมูจิมาก จึงขอร้องให้เธอเดินทางมาที่ญี่ปุ่น เธอได้ส่งลูกสาวมาแทนและสอนพวกเราถักถุงเท้าดังกล่าว จากนั้นหนึ่งในซัพพลายเออร์ของเราก็จัดการหาเครื่องมือเพื่อผลิตให้ได้จำนวนมาก ๆ และในไม่ช้ามันก็กลายเป็นสินค้าขายดีของเรารายการหนึ่ง"

     นอกจากนี้ สินค้าอีกอย่างที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของมูจิ คือ เครื่องเล่นซีดีแบบติดกำแพง"หากมูจิต้องการแค่ผลิตสินค้าอะไรก็ได้เพื่อทำเงินได้มาก ๆ เราคงต้องเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจใหม่ ตอนนี้เราค่อนข้างพึงพอใจที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง"

     ผู้บริหารมูจิยังระบุต่อไปอีกว่า หลักสำคัญของการทำธุรกิจ คือ ความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม โดยการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ หรือผู้ผลิตสินค้าที่บริษัทจะต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้ และดูแลซึ่งกันและกัน

     นอกจากนี้ ยังมีหลักการ 4 ประการที่มูจิใช้สร้างแบรนด์ เลือกผลิตภัณฑ์ และสร้างความสำเร็จของยอดขาย ประกอบด้วย 1.ความแตกต่าง ตรงกันข้ามกับสังคมการบริโภคทั่วไป 2.ช่องว่างสำหรับความแตกต่างของลูกค้า 3.คอนเซ็ปต์ของการไม่มีแบรนด์ 4.การใช้มุมมองของผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้า"ซูซูกิ" กล่าวว่า บริษัทแม่ของมูจิ

     "เรียวฮิน เคคาขุ" ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ ต้องการขยายมูจิไปยังทุกทวีป โดยเฉพาะในเอเชีย ญี่ปุ่น และยุโรป ด้วยจุดแข็งในปรัชญาความมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของแบรนด์ ตามที่ผู้ก่อตั้งบริษัทได้ระบุไว้


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
18 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • หากเอ่ยถึง ”สนามบินนาริตะ” และ “โตเกียวดีสนีย์แลนด์” เชื่อแน่ว่าหลายคนต้องร้องอ๋อ เพราะสนามบินนาริตะเป็นประตูสู่แดนซากุระ ส่วนโตเกียวดีสนีย์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในที่หมายของนักเดินทางที่อยากจะมาเช็คอินสักครั้งในชีวิต แต่อีกหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สถานที่สำคัญทั้งสองตั้งอยู่ใน “จังหวัดชิบะ” (Chiba) ทางทิศตะวันออกของมหานครโตเกียว ชิบะมีประชากร 6.24 ล้านคน มากเป็นอันดับ 6 ของญี่ปุ่น นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังหลายแห่งแล้ว ชิบะยังมีแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศจำนวนมาก ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ไม่รอช้าที่จะชี้ช่องทาง สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยลองทำความรู้จักกับศักยภาพของจังหวัดแห่งนี้...
  • ภายหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศปรับขึ้น ภาษีการขายจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 8 เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปสงค์การบริโภคทั้งสินค้า และบริการภายในประเทศลดน้อยลง และฉุดรั้ง ให้ภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เริ่มมีแนวโน้มชะลอตัวลง
  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของญี่ปุ่น จากข้อมูลที่รวบรวมขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยเห็นว่า ในภาพรวมแล้วเศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยปัจจัยส่งเสริมที่สำคัญ คือ การขึ้นเงินเดือนของเอกชน ที่มีส่วนกระตุ้นการบริโภคของชาวญี่ปุ่น ประกอบกับที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงได้ส่งเสริมการส่งออกของประเทศ ประกอบกับจังหวะที่ราคาน้ำมันดิบลดลง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ลดต้นทุนการส่งออก และค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าลดลงด้วยเช่นกัน...
  • เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีดตัวออกจากภาวะถดถอยสำเร็จในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากอานิสงส์ของราคาน้ำมันร่วงและค่าเงินเยนที่อ่อน แต่หลายคนยังกังวลว่าการฟื้นตัวครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวก่อน ร่วงสู่ภาวะชะลอตัวอีกครั้ง
  • เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แม้สถิติที่ออกมายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์กันเอาไว้ก็ตาม...
  • เอเอฟพี รายงานว่า สายการบินออล นิปปอน แอร์เวยส์ แถลงข่าว ณ สำนักงานใหญ่ ในกรุงโตเกียว วันนี้ (13 ก.พ. 2558) ว่า...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ