อินโดฯเบอร์ 1 ชาติอาเซียนธุรกิจสหรัฐอยากลงทุนสุด

อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า ผงาด 3 จุดหมายปลายทางในอาเซียน ที่บริษัทสหรัฐ อยากเข้ามาขยายกิจการในอนาคต ขณะที่ไทยได้รับความพึงพอใจน้อยลง จากภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมือง โดยปัญหาที่ถูกมองว่า เป็นอุปสรรคสำคัญในเกือบทุกประเทศของภูมิภาคนี้ คือเรื่องทุจริต หรือคอร์รัปชั่น
หอการค้าอเมริกัน สิงคโปร์ และหอการค้าสหรัฐ เผยผลสำรวจความเห็นฉบับล่าสุด "แนวโน้มธุรกิจอาเซียน 2558" ที่ระบุว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศอันดับหนึ่งในอาเซียน ที่บริษัทสหรัฐต้องการเข้ามาขยายกิจการมากสุด แม้จะยังมีอุปสรรคอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐาน นอกเหนือไปจากเรื่องคอร์รัปชั่น ขาดแคลนบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม การเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านด่านศุลกากร ปัญหาด้านกฎหมายและข้อบังคับ ส่วนความพึงพอใจเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 24% ตั้งแต่ปี 2552
อันดับ 2 ตกเป็นของเวียดนาม โดยมีจุดเด่นในเรื่องที่ชาวเวียดนามมีความรู้สึกในแง่บวกต่อสหรัฐ แรงงานราคาถูก และเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีความปลอดภัย ส่วนปัญหาใหญ่สุดของประเทศนี้ ที่ผู้ตอบแบบสอบถามมากถึง 69% รู้สึกไม่พอใจ คือเรื่องทุจริต
ขณะที่ พม่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการเข้าลงทุนจากนักธุรกิจสหรัฐเช่นกัน เพราะมีความพร้อมในเรื่องแรงงานราคาถูก ความปลอดภัยส่วนบุคคล และความรู้สึกแง่บวกต่อสหรัฐ แต่นักธุรกิจสหรัฐที่ทำธุรกิจอยู่ในพม่าเวลานี้ มองว่าพม่ามีความท้าทายในการทำธุรกิจ 11 ข้อจากทั้งหมด 16 ข้อ ปัญหาสำคัญที่ผู้ตอบแบบสอบถามไม่พอใจมากที่สุดคือ ราคาที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน ขาดแคลนแรงงานมีฝีมือ และค่าเช่าสำนักงานแพง
สำหรับ ไทย ที่ในการสำรวจเมื่อปี 2556 เคยติดอันดับ 3 ที่บริษัทสหรัฐอยากเข้ามาขยายกิจการนั้น ครั้งนี้กลับไม่ได้รับความนิยมมากนัก เพราะแม้จะยังมีความแข็งแกร่งเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล และความรู้สึกที่ดีต่อสหรัฐ แต่การที่รัฐบาล และระบบการเมืองไร้เสถียรภาพ รวมถึง ปัญหาทุจริต ทำให้ความน่าสนใจลดลง นอกเหนือไปจากต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 26% ทำให้ความพึงพอใจด้านความพร้อมของแรงงานราคาถูกในประเทศไทยลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552
ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ก็ติดกลุ่มประเทศที่น่าเข้าลงทุนเช่นกัน ส่วนประเทศที่นักธุรกิจสหรัฐ สนใจเข้าลงทุนน้อยสุดในอาเซียน คือ บรูไนและลาว
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
16 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล:
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อินโดนีเซีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
