ในช่วงปีใหม่ 2556 นายกรัฐมนตรี Nguyan Tan Dung ของเวียดนาม ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับภาพรวมเหตุการณ์สำคัญในเวียดนามตลอดปี 2555 ว่าแม้เวียดนามจะประสบความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ เพิ่มอัตราการส่งออก มีเงินทุนสำรองสูง อัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องมีเสถียรภาพ ตลอดจน GDP ที่เพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวียดนามยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายอีกหลายประการ เพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้มีความมั่นคง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่สืบเนื่องจากภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก การฉ้อราษฏร์บังหลวง ตลอดจนกรณีพิพาทระหว่างประเทศ
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์ กองทัพ ประชาชน และรัฐบาล ดำเนินการ 6 ประการ ได้แก่
- เร่งนโยบายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดเวียดนาม
- ควบคุมเงินเฟ้อ
- ช่วยเหลือภาคธุรกิจในด้านการผลิตและการบริโภค
- สร้างความรับผิดชอบในภาคราชการ
- ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ และ
- ส่งเสริมความมั่นคงทางสังคม
นอกจากนี้ นาย Pham Binh Minh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม ยังได้สรุปผลงานชิ้นสำคัญ ด้านการต่างประเทศของเวียดนาม ตลอดปี 2555 ได้แก่ กิจกรรมเฉลิมฉลองมิตรภาพ และภราดรภาพระหว่างเวียดนามและสปป.ลาว การเฉลิมฉลองปีแห่งมิตรภาพระหว่างเวียดนาม และกัมพูชา การจัดประชุม เพื่อริเริ่มการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างเวียดนาม และละตินอเมริกา การจัดการเขตแดนทางบกกับจีน การปรับปรุงหลักเขตกับสปป.ลาว และการปักปันเขตแดนกับกัมพูชา ทั้งนี้ นาย Pham Binh Minh ย้ำว่า ในปี 2556 นี้เวียดนามยังคงมุ่งใช้การต่างประเทศเพื่อรักษาสันติภาพ และเสถียรภาพในการพัฒนาของเวียดนาม โดยเวียดนามจะมุ่งขยายความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับเกาหลีใต้ เยอรมนี จีน และญี่ปุ่น เตรียมพร้อมสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน ส่งเสริมการทูตด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงส่งเสริมและคุ้มครองชุมชนเวียดนามในต่างประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามปี ค.ศ. 2011-2015 สำหรับกรณีพิพาทในทะเลจีนใต้นั้น เวียดนามก็จะให้ความสำคัญกับปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้านเฉกเช่นที่ผ่านมา
ท่ามกลางความพร้อมของเวียดนามในหลายๆ ด้าน ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคม ปัญหาเงินเฟ้อหนี้เสีย ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง และปัญหาทะเลจีนใต้ ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของเวียดนาม ที่นอกจากจะต้องอาศัยบทบาทของรัฐบาลเวียดนามในการแก้ไขปัญหาแล้ว ความร่วมมือระหว่างประเทศในกรอบอาเซียนยังถือเป็นปัจจัยสำคัญในการหยิบยื่นความช่วยเหลือ และหารือเพื่อยุติข้อพิพาทระหว่างกันได้
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
