ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่สำคัญของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีในสถานการณ์โลกปัจจุบันนี้ จีนกลายเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักลงทุนญี่ปุ่นได้มาก และเป็นคู่แข่งที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากปัจจัยหลายๆทั้งด้านต้นทุน และขนาดตลาด แต่ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนและปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย ทำให้ความสำคัญของประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็น “หัวใจของอาเซียน” ได้ในสายตาของนักลงทุนชาวญี่ปุ่น
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจของอาเซียนมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมของปี 2012 สูงกว่าปี 2011 อยู่ร้อยละ 4.6 ซึ่งแม้ว่าจะยังต่ำกว่าอัตราการเติบโตของจีน ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 7.8 แต่ความแตกต่างทางตัวเลขก็มีช่องว่างน้อยลง ที่สำคัญเศรษฐกิจของจีนเริ่มชะลอตัวลงเรื่อยๆ ดังนั้นหากมองในระยะกลางและระยะยาวแล้ว จะเห็นแนวโน้มของการก้าวขึ้นของอาเซียน และการตกลงของจีน ทั้งนี้การเจริญเติบโตของทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในอาเซียน และจะมีบทบาทในการจัดสรรปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีที่จำเป็นให้แก่อุตสาหกรรมแต่ละประเทศด้วย
ข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นหัวใจของอาเซียน คือปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ทางธุรกิจ เนื่องจากไทยเป็นสะดือของเอเชีย คือตั้งอยู่กึ่งกลางของทวีป มีทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค ทำให้สามารถเชื่อมไปสู่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั้งญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย นอกจากนี้การติดต่อค้าขายกับจีน เกาหลี ไต้หวัน และการจ้างแรงงานจากกัมพูชาและพม่า โดยมีเส้นทางการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็ว ประกอบกับเขตการค้าเสรีอาเซียน ก็เป็นอีกข้อได้เปรียบหนึ่งเช่นกัน
การประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ก่อให้เกิดความกังวลและหวาดกลัวแก่บริษัทญี่ปุ่น ในขณะประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าดินแดนแห่งรอยยิ้มกลับมีความสำคัญเพิ่มขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะมีการประท้วงขอขึ้นค่าแรง แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะมีการใช้ความรุนแรง หรือต่อต้านไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่น บริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทยจึงไม่ได้ต้องระแวดระวัง เหมือนบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ในประเทศจีน อีกทั้งยังต้องระวังการถูกขโมยเทคโนโลยี และป้องกันไม่ให้พนักงานลาออก แต่ในประเทศไทยมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการผลิตของลอกเลียนแบบ จากลักษณะของคนไทย และสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทญี่ปุ่นหันกลับมาสนใจลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค และการเติบโตของเอเชียใต้ จะเป็นแรงส่งเสริมที่ดีแก่อาเซียนในอนาคต การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ดีขึ้นของไทย ซึ่งต่างจากประเทศจีนที่มีความเสี่ยงจากการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ ทำให้การเข้าสู่เอเชียของบริษัทญี่ปุ่นจึงเปลี่ยนจาก “Season of China” เป็นก้าวสู่ยุคแห่งเวทีใหม่ และสำหรับบริษัทญี่ปุ่นแล้วประเทศไทยก็ยังคงเป็น Base Camp ของการขยายธุรกิจสู่เอเชียต่อไป
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
