"เวิลด์แบงก์" ชวนปรับกติกา สินเชื่อรายย่อยเข้าถึงง่าย
"เวิลด์แบงก์" ชวนปรับกติกา สินเชื่อรายย่อยเข้าถึงง่าย
     เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน รอยเตอร์รายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกาว่า ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ได้ออกรายงาน ผลการวิจัยระบบธนาคารสำหรับคนจนทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของธนาคารได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเงินต่างๆ อาทิ ธนาคารลอยน้ำในเขตลุ่มน้ำอเมซอนของบราซิล ธนาคารในห้างสรรพสินค้าวอลมาร์ตและร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่นในเม็กซิโก การปล่อยสินเชื่อให้กับผู้กู้รายย่อยหรือไมโครเครดิต ไมโครอินชัวรันซ์ ตลอดจนการลดภาระหนี้ให้แก่ผู้กู้รายย่อย

     รายงานผลการวิจัยระบุว่า ในขณะที่บริการต่างๆ เหล่านี้แพร่หลายออกไป ปรากฎว่าอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกหนี้รายย่อยกลับยังคงสูงอยู่มาก จนทำให้เกิดเหตุการณ์ฆ่าตัวตายหนีหนี้ ของลูกหนี้รายย่อยนับสิบรายในรัฐอานธรประเทศของอินเดีย เมื่อปี 2553

     เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาปัญหาภาระและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายย่อยในระบบธนาคาร ธนาคารโลกจึงเสนอให้รัฐบาลประเทศสมาชิก ปรับปรุงกฎระเบียบการปล่อยสินชื่อรายย่อยของธนาคารในประเทศ พร้อมกับลดการเร่งรัดการดำเนินการตามกฎหมาย เพิ่มการแข่งขันการบริการและคุ้มครองสิทธิธนาคารเจ้าหนี้ เป็นต้น

     ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกยังแนะให้ธนาคารเจ้าหนี้ ตั้งเป้าเงินฝากลูกหนี้รายย่อย พร้อมกับใช้ระบบระบุรูปพรรณผู้ขอกู้ ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ หรือนัยน์ตาผู้ขอกู้รายย่อย เช่นที่เคยทดลองใช้ในประเทศมาลาวีมาแล้ว และปรากฎว่าได้ผล ในการทำให้ผู้ขอกู้ตระหนักในความสามารถชำระหนี้ของตนก่อนขอกู้จากธนาคารได้
13 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: http://www.matichon.co.th/news
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ