รู้เท่าทันกฎหมาย TFTEA เตรียมพร้อมส่งออกสู่สหรัฐ ( ตอนที่ 2)

(1) การเริ่มกระบวนการตามกฎหมาย สามารถทำได้หลายวิธี เช่น จากข้อมูลเชิงลึกของหน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯเองหรือจากการร้องเรียนของบุคคลภายนอกที่เรียกว่า petition ซึ่งสำหรับกรณีหลัง ผู้ร้องเรียนอาจเป็น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือประชนทั่วไป สำหรับช่องทางการร้องเรียน สามารถร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยตรงหรือผ่านระบบออนไลน์ซึ่งเรียกว่า “e-allegation” ก็ได้
(2) การสืบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในทุกกรณีที่ได้รับการร้องเรียน แต่จะพิจารณาข้อมูลบนพื้นฐานของความสมเหตุสมผล โดยใช้มาตรฐานที่เรียกว่า “reason to believe” ในกรณีที่ข้อร้องเรียนน่าจะมีมูลความจริง เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งในประเทศสหรัฐฯ เอง และจากประเทศต้นทางโดยผ่านหน่วยงานสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ในประเทศนั้นๆ หรือเครือข่ายผู้ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
(3) การกักยึดสินค้าชั่วคราว บนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานจากการสืบสวนสอบสวน หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล “reasonable suspicion” ว่า สินค้าที่นำเข้าสหรัฐฯ อาจถูกผลิตด้วยแรงงานผิดกฎหมาย Commissioner of Customs สามารถออกคำสั่งให้กักสินค้าชั่วคราวที่เรียกว่า “withhold of release order (WRO)” ได้ ซึ่งในกรณีนี้ CBP จะแจ้งให้ผู้นำเข้าทราบและเผยแพร่รายชื่อสินค้าและบริษัททางเว็บไซต์ของ CBP ทั้งนี้ หลังมีคำสั่ง WRO ผู้นำเข้ามีทางเลือกที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศที่สาม (re-export) หรือชี้แจงข้อมูลต่อ CBP เพื่อพิสูจน์ว่า สินค้าที่นำเข้าไม่ได้ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายดังที่ถูกกล่าวอ้าง
(4) การพิจารณาขั้นสุดท้าย หลังจากออกคำสั่งกักสินค้าชั่วคราว (WRO) Commissioner of Customs จะพิจารณาข้อมูลทั้งหมด ซึ่งรวมถึงข้อมูลและข้อชี้แจงจากผู้นำเข้า โดยใช้มาตรฐานที่สูงที่สุดที่เรียกว่า “probable cause” ซึ่งหากพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า สินค้าที่นำเข้าจะถูกผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมาย Commissioner of Customs จะประกาศผลการพิจารณาที่เรียกว่า “finding” โดยตีพิมพ์ลงใน Federal Registrar และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ CBP เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ ในกรณีนี้ ผู้นำเข้าจะไม่สามารถส่งสินค้าออกไปยังประเทศที่สามได้ และสินค้าจะถูกยึดและทำลายตามขั้นตอนตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้นำเข้าประสงค์จะคัดค้านผลการพิจารณาดังกล่าว จะต้องยื่นเรื่องต่อ U.S. International Trade Court ต่อไป
โดยที่ยังไม่มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนและกระบวนการข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ส่งออกสินค้าของไทยจึงควรติดตามพัฒนาการของกฎหมาย TFTEA และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้นำเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะในกรณีที่สินค้าถูกร้องเรียน ผู้ส่งออกจะต้องสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับความโปร่งใสของห่วงโซ่การผลิตให้กับผู้นำเข้า ดังนั้น ผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ จึงควรเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ และทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมเพื่อยกระดับและพัฒนามาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นการป้องกันและรับมือกับข้อร้องเรียนภายใต้กฎหมาย TFTEA ที่ดีที่สุด
23 กันยายน 2559
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)
สหรัฐอเมริกา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
