แมรี บาร์รา ซีอีโอหญิงคนแรกจีเอ็ม
แมรี บาร์รา ซีอีโอหญิงคนแรกจีเอ็ม
    เป็นที่ฮือฮาไม่น้อยหลังบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของสหรัฐและอันดับสองของโลก ประกาศชื่อ "แมรี บาร์รา" เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนต่อไป
    เพราะถือเป็นผู้นำองค์กรคนแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่เป็นสตรีลอสแองเจลิส ไทมส์ ระบุว่า บาร์ราซึ่งเป็นลูกหม้อของจีเอ็ม โดยร่วมงานกับบริษัทนี้มานาน 33 ปี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรหลังรับเงินกู้ช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งช่วยให้บริษัทนี้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551-2552 มาได้

     บาร์ราวัย 51 ปีไต่เต้าจากตำแหน่งพนักงานทดลองงานมาเป็นรองซีอีโอฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกภูมิภาคทั่วโลก

     ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้จะต้องเผชิญกับการปรับลดขนาดองค์กรครั้งใหญ่ แต่ระหว่างนั้นเธอก็เป็นผู้นำการสร้างสรรค์รถรุ่นใหม่ ๆ อาทิ รถโคเว็ตต์รุ่นที่ 7 รถคาดิลแลคขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง และรถเชฟโรเลตอิมพาลา รุ่น 2557 ซึ่งเรียกเสียงชื่นชมจากหนังสือรีวิวสินค้าสำหรับผู้บริโภคและสื่อมวลชนในอุตสาหกรรมยานยนต์

     "เป็นครั้งแรกในการทิ้งช่วงอันยาวนานที่จีเอ็มจะขับเคลื่อนโดยวิศวกร" เบรน จอห์นสัน นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ส แคปิตอล ให้ความเห็น โดยอ้างถึงภูมิหลังของบาร์ราที่จบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้า และจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ

     การแต่งตั้งบาร์ราเป็นซีอีโอเป็นสัญญาณถึงความพยายามลดทอนอำนาจของผู้ชายหัวเก่าในอุตสาหกรรมยานยนต์ และยกเครื่องโครงสร้างการบริหารงานในจีเอ็มเสียใหม่ พร้อมกันนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูงอีกหลายตำแหน่ง อาทิ มาร์ก รูส รองประธานบริษัทระดับบริหารและประธานภูมิภาคอเมริกาเหนือ จะย้ายไปเป็นรองประธานบริษัทฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั่วโลก การจัดซื้อและซัพพลายเชน ส่วนแดน อัมมานน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน จะไปรับตำแหน่งประธานบริษัท

     นอกจากนี้จีเอ็มยังแยกตำแหน่งซีอีโอกับประธานบอร์ดออกจากกัน จากเดิมที่แดน อัคเกอร์สัน ซีอีโอคนปัจจุบันควบตำแหน่งประธานบอร์ดด้วย ทางบริษัทตัดสินใจเลือกทีโอดอร์ ซอลโซ อดีตซีอีโอจากบริษัทคัมมินส์มาเป็นประธานบอร์ดคนใหม่ของจีเอ็ม เพื่อให้บาร์ราทุ่มเทสรรพกำลังให้กับการบริหารได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพะวงกับการเมืองในบอร์ดบริหาร

     มีความท้าทายมากมายรออยู่ หลังบาร์รารับไม้ต่อจากอัคเกอร์สันในวันที่ 15 มกราคมปีหน้า โดยเฉพาะการลดจำนวนโรงงานผลิตรถยนต์ ซึ่งกำลังเป็นกระแสหลักที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่จีเอ็มยังล้าหลังในเรื่องนี้ โดยทางบริษัทตั้งเป้าให้ปริมาณการผลิตราว 90% มาจาก 5 โรงงานหลักเพื่อลดต้นทุนและกระตุ้นกำไร


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
17 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ