สหรัฐจ่อขุดน้ำมันได้มากสุดอีก 3 ปีข้างหน้า
สหรัฐจ่อขุดน้ำมันได้มากสุดอีก 3 ปีข้างหน้า
     ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม สำนักสารนิเทศพลังงานของสหรัฐอเมริกา หรืออีไอเอ ได้เผยรายงานวิเคราะห์ภาวะพลังงานภายในประเทศสหรัฐ ซึ่งระบุว่า สหรัฐจะผลิตน้ำมันดิบได้ถึงวันละ 9.5 ล้านบาร์เรล ในปี 2559 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า

     รายงานของอีไอเอระบุด้วยว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ขุดเจาะได้ดังกล่าว นับว่ามากสุดจนเกือบเท่ากับที่เคยผลิตได้เมื่อปี 2513 ที่วันละ 9.6 ล้านบาร์เรล และมากกว่าที่เคยผลิตได้ต่ำสุด วันละ 5 ล้านบาร์เรล เมื่อปี 2551 ถึงเกือบเท่าตัว

     ปริมาณน้ำมันดิบที่ขุดเจาะได้ในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น จะเป็นผลจากความก้าวหน้าของเทคนิคการขุดเจาะน้ำมันดิบใต้ชั้นหินบาดาล ซึ่งต้องอาศัยการขุดเจาะแนวราบพร้อมหัวเจาะแบบใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีปัญหาบกพร่อง ประกอบกับกฎระเบียบควบคุมที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้อีไอเอคาดเมื่อปีที่แล้วว่า กว่าสหรัฐจะสามารถผลิตได้มากถึงวันละ 7.5 ล้านบาร์เรล คงต้องรอถึงครึ่งหลังของทศวรรษนี้

     ข่าวแจ้งว่า การขุดเจาะน้ำมันดิบใต้ชั้นหินบาดาล ทำให้สหรัฐพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศน้อยลง จนกลายเป็นผู้นำเข้ามากสุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่างโอเปก (กลุ่มประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบโลก) เริ่มรู้สึกได้ถึงแรงกดดันด้านความต้องการนำเข้าน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้สหรัฐมีอิทธิพลในการต่อรองราคามากขึ้น รวมทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ แม้ว่าสหรัฐยังคงจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศ ยกเว้นการส่งออกเพื่อนำไปกลั่นที่ประเทศแคนาดา และส่งกลับมาขายในสหรัฐ
19 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: มติชนออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ