สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน
         เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2556 สภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน ปี ค.ศ. 2014 – 2015 ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 332 เสียง คัดค้าน 94 เสียง โดยมี สส. จากทั้งพรรคเดโมแครตของประธานาธิบดีบารัค โอบามา และพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ให้การสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ซึ่งปูทางสำหรับการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวไปเพื่อให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงคะแนนเสียงในสัปดาห์หน้า และเป็นที่คาดการว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคในวุฒิสภาสหรัฐฯ เพื่อส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามเป็นกฎหมายต่อไป
         การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณโดยสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ ข้างต้น ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในการแก้ไขวิกฤตการณ์ทางงบประมาณของสหรัฐฯ หลังจากที่รัฐสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดินสหรัฐฯ ประจำปีงบประมาณ ค.ศ. 2014 (เริ่ม  1 ตุลาคม 2556) ได้ทันก่อนสิ้นเดือนกันยายน 2556 เนื่องจากความขัดแย้งทางนโยบายและทิศทางการดำเนินงานระหว่างพรรคเดโมแครตที่มีเสียงข้างมากในวุฒิสภา และพรรครีพับลิกันที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จนส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องปิดทำการ (shutdown) เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 – 17 ตุลาคม 2556 และได้สร้างผลกระทบในทางลบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก 
โดยภายหลังรัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายอนุมัติงบประมาณปี ค.ศ. 2014 เป็นการชั่วคราว (Continuing Appropriations Act, 2014) เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2556 ซึ่งอนุมัติให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถเปิดทำการต่อไปได้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐสภาสหรัฐฯ มีเวลาเพิ่มเติมเพื่อหารือร่วมกันและบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับกฎหมายงบประมาณ ผู้แทนของทั้งสองพรรคจากทั้งสองสภาได้หารือร่วมกันเป็นระยะ โดยมี สส. Paul Ryan ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (พรรครีพับลิกัน) และ สว. Patty Murray ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ วุฒิสภาสหรัฐฯ (พรรคเดโมแครต) เป็นผู้นำการหารือ จนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2556 ทั้งสองได้ประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ ค.ศ. 2014 - 2015 โดยสาระสำคัญคือ การจำกัดวงเงินงบประมาณปี ค.ศ. 2014 ไว้ที่ 1.012 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และวงเงินงบประมาณปี ค.ศ. 2015 ไว้ที่ 1.014 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และลดผลกระทบของการตัดงบประมาณโดยอัตโนมัติจากทุกหน่วยงานของรัฐบาลกลาง (sequestrian cuts) โดยการยกเลิกการตัดงบประมาณโดยอัตโนมัติบางส่วน มีมูลค่า 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2014 และ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 2015 
         อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีหลายฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ข้อตกลงด้านงบประมาณดังกล่าว เป็นการหาทางออกอย่างประนีประนอม ที่ไม่น่าจะสร้างความพึงพอใจให้แก่ทั้งสองฝ่ายเท่าใดนัก เพราะผลที่ได้ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมยังค่อนข้างจำกัด โดยยังไม่สามารถตกลงร่วมกันในการตัดลดงบประมาณต่างๆ ได้มากเพียงพอให้สอดคล้องกับระดับเพดานงบประมาณประจำปีของรัฐบาลที่ถูกกำหนดไว้ตาม Budget Control Act ของปี ค.ศ. 2011 เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดงบประมาณโดยอัตโนมัติจากทุกหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งที่ผ่านมา การตัดงบประมาณโดยอัตโนมัติได้ส่งผลกระทบต่อโครงการต่างๆ ที่ทั้งสองพรรคต่างให้ความสำคัญ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่ครอบคลุมลึกซึ้งมากกว่านี้ได้แล้วในเวลานี้ อย่างไรก็ตามก็ไม่ต้องการปล่อยให้ประเด็นเรื่องงบประมาณลากยาวไปเป็นสถานการณ์เผชิญหน้ายืดเยื้อแบบเมื่อเดือนกันยายน 2556 อันส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องปิดทำการลงถึง 17 วัน

*******************************


กองอเมริกาเหนือ
กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

23 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: กองอเมริกาเหนือ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ