'โอบามา' เตรียมเปิดแผนแก้ว่างงาน 28ม.ค.
'โอบามา' เตรียมเปิดแผนแก้ว่างงาน 28ม.ค.
     "โอบามา"เตรียมประกาศแผนใหม่ในการช่วยเหลือชาวอเมริกันผู้ว่างงานสัปดาห์หน้า หลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากภาวะถดถอย

     ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสหรัฐ "นายแดน ไฟเฟอร์" เปิดเผยในอีเมลจากทำเนียบขาวว่า ความพยายามของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีงานทำมาเป็นเวลานานถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เขาจะเปิดเผยในการแถลงนโยบายประจำปีในวันอังคารนี้ (28 ม.ค.) และจะชี้แจงอีกครั้งระหว่างการเดินสายใน 4 รัฐ ได้แก่ รัฐแมรี่แลนด์และรัฐพิตต์สเบิร์กในวันพุธ รวมถึงรัฐมิลวอกกีและรัฐแนชวิลล์ในวันพฤหัสบดีนี้

     นายไฟเฟอร์ระบุว่า ผลส่วนหนึ่งจากแผนใหม่นี้ จะทำให้ทางการสามารถช่วยเหลือผู้ว่างงานให้หางานทำได้มากขึ้น รวมทั้งช่วยให้คนที่มีงานทำอยู่แล้วมีหลักประกันทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น

     นายโอบามาเคยให้คำมั่นว่าจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนในประเทศ และเคยบอกด้วยว่าเขาจะทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ แม้ว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสภาคองเกรสที่มีความแตกแยกอย่างหนักก็ตาม ซึ่งจนถึงขณะนี้สภาคองเกรสก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะอนุมัติงบประมาณรายจ่ายให้กับโครงการใหม่ ๆ เมื่อใด

     นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐยังเคยกล่าวว่า เขาจะใช้อำนาจบริหารเพื่อผลักดันนโยบายของตน รวมถึงอำนาจที่มีตามรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐเพื่อสร้างแรงจูงใจกับบรรดาผู้นำภาคธุรกิจและชุมชนให้มีความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น

     เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ในการกล่าวสุนทรพจน์วันอังคารนี้ นายโอบามาจะประกาศใช้อำนาจบริหารต่อระบบการจ่ายเงินบำนาญและการฝึกอาชีพเพื่อช่วยให้แรงงานชนชั้นกลางเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นใจความหลักของสุนทรพจน์ครั้งนี้

ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
27 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ