แนวโน้ม ศก.สหรัฐอเมริกาปีนี้ กับความคาดหวังในทางบวก

ทุกสิ่งทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นสามารถบ่งบอกได้ว่า เหตุใดความคาดหวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปี 2557 จะดีที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยสิ้นสุดลงเมื่อ 4 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ถึงเพิ่มมากขึ้น และเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมกองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ถึงเดินหน้าแผนที่จะลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลง
ความคาดหวังในทางบวกยัง ได้รับแรงหนุนจากรายงานของรัฐบาล เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ที่ว่าผู้บริโภคช่วยกระตุ้นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจในไตร มาสสุดท้ายของปี 2556 รายงานดังกล่าวยังเป็นการเพิ่มความหวังว่าเศรษฐกิจจะสามารถต้านทานความยุ่ง เหยิง วุ่นวายในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ การลดระดับการกระตุ้นของเฟด และความเสี่ยงในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มมากขึ้นได้
ชาวอเมริกัน ที่ประสบความยากลำบากกับการตกงานและอัตราค่าจ้างที่หยุดนิ่งมาเป็นเวลานาน อาจจะไม่ถูกปลดเปลื้องในเร็ววันนี้ และในภาคส่วนอย่างเช่นการผลิต การก่อสร้าง และยอดขายที่อยู่อาศัยอาจจะยังอยู่ห่างไกลจากการฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่ง อย่างเต็มที่ ถึงอย่างนั้นก็ตาม ภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งหมดดูสว่างไสวขึ้นหลังจากรัฐบาลระบุว่าอัตราการเติบโต ของไตรมาสสุดท้าย เมื่อปีที่แล้วสูงถึง 3.2 เปอร์เซ็นต์ คิดตามอัตราปรับรายปีจากอัตราการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งมากที่สุด ในรอบ 3 ปี
"เศรษฐกิจแสดงให้เห็นถึงสัญญาณของแรงขับเคลื่อนที่ดี อย่างจริงจังในช่วงปลายปี 2556" ไดแอน สวองก์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเมซิโรว์ ไฟแนนเชียลกล่าว และว่า "เราอยู่ในจุดที่ดีสำหรับอัตราการเติบโตในปี 2557 มากกว่าเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา"
การใช้จ่ายของผู้บริโภคในไตรมาสระหว่างเดือนตุลาคมถึง เดือนธันวาคมเติบโตที่ 3.3 เปอร์เซ็นต์ คิดตามอัตราปรับรายปี ซึ่งเป็นอัตราเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา และนับว่าเติบโตขึ้นอย่างมากจากอัตราการใช้จ่าย 2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งการใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากคิด เป็นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม
กระทรวงพาณิชย์ระบุ ว่าสำหรับปี 2556 ทั้งปีแล้ว เศรษฐกิจเติบโตที่อัตราค่อนข้างจืดชืดที่ 1.9 เปอร์เซ็นต์ อ่อนแอกว่าการเติบโต 2.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2555 ที่อัตราการเติบโตถูกฉุดรั้งไว้จากภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นและการตัดลดงบประมาณ รายจ่ายที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อต้นปี 2556
ร่างงบประมาณที่สภาคองเกรส อนุมัติเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาหยุดยั้งการตัดลดงบประมาณรายจ่ายเพิ่ม เติมอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ และจากการที่ปัจจัยถ่วงงบประมาณดังกล่าวหายไป ทำให้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า อัตราการเติบโตจะมากกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ซึ่งนั่นจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยสิ้นสุดลงเมื่อ กลางปี 2552
ความแข็งแกร่งของการใช้จ่ายของผู้บริโภคเมื่อไตรมาสสุด ท้ายของปีที่แล้ว มีแรงผลักดันทั้งจากการซื้อสินค้าคงทน อย่างเช่นรถยนต์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสาร และสินค้าไม่คงทน อย่างเช่นเสื้อผ้า รวมถึงการใช้จ่ายในภาคบริการยังเพิ่มมากขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังลงทุนในอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งยังมีความแข็งแกร่งจากการขาดดุลการค้าลดน้อยลงอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้านลดลง การใช้จ่ายภาครัฐลดลงที่อัตรา 4.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อไตรมาสสุดท้าย นำโดยการใช้จ่ายที่ลดลงของรัฐบาลกลาง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปิดทำการสำนักงานของรัฐบาลกลางบางส่วนที่ไม่จำเป็น ทั่วประเทศ (กัฟเวิร์นเมนต์ ชัตดาวน์) เป็นเวลา 16 วัน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลระบุว่าการชัตดาวน์ทำให้อัตราการเติบโตในไตรมาสสุดท้ายหายไป 0.3 เปอร์เซ็นต์
นักลงทุนทั่วโลกเป็นกังวลว่าการถอยหลังกลับในโครงการ ซื้อพันธบัตรของเฟดจะทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น และส่งผลให้นักลงทุนโยกย้ายเงินออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่เข้ามาลงทุนในสหรัฐ อเมริกาแทนเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า ทำให้ค่าเงินในประเทศเศรษฐกิจใหม่ร่วงลงจากความกังวลดังกล่าว
และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าว ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจใหม่เหล่านี้ ตั้งแต่อินเดีย ตุรกีไปจนถึงแอฟริกาใต้ ได้มีมาตรการเคลื่อนไหวเพื่อรับมือกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถอย กลับของเฟดและการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาจะเพิ่มขึ้น พวกเขาได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในประเทศของตนโดยหวังว่าจะควบคุมอัตราเงิน เฟ้อ ฉุดค่าเงินขึ้น และเหนี่ยวรั้งนักลงทุนไว้
ที่อาร์เจนตินา ดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งสูง ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของกระทรวงการคลังร่อยหรอ ค่าเงินเปโซร่วงลงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 12 ปี เป็นไปได้ที่ความสับสนอลหม่านเช่นนี้จะล้นทะลักเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจพัฒนา แล้วอย่างเช่นสหรัฐอเมริกา อย่างเช่น ความต้องการสินค้าสหรัฐอเมริกาอาจตกต่ำ นักลงทุนอาจจะทิ้งตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐอเมริกาด้วย
ทว่านักวิเคราะห์ส่วนมากคิดว่า เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะสามารถต้านทานความเสียหายใดๆ ก็ตามที่อาจจะแพร่กระจายมาจากต่างประเทศได้ โดยอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่ง 3.2 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ตามหลังอัตราการเติบโตในไตรมาสก่อนหน้าระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนที่แข็ง แกร่งยิ่งกว่านั้นคือ 4.1 เปอร์เซ็นต์ คิดตามอัตราปรับรายปี ขณะที่ปีนี้นักเศรษฐศาสตร์คิดว่าเศรษฐกิจจะได้รับแรงฉุดจากการจ้างงานที่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเติบโตของจำนวนแรงงานอย่างมั่นคงจะช่วยให้ครัวเรือนมีเงินมากขึ้นและ ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ผู้ผลิตสินค้าของสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทั่วโลก และภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและยอดจำหน่ายรถยนต์คาดว่าจะแข็งแกร่งขึ้นอีก ในปี 2557 นี้
นักวิเคราะห์จำนวนมากคิดว่า เฟดจะลดระดับการกระตุ้นเศรษฐกิจลงในการประชุมทุกครั้งในปีนี้ ไปจนถึงการยกเลิกโครงการซื้อพันธบัตรทั้งหมดโดยสิ้นเชิงในเดือนธันวาคม โดยเฟดอ้างเหตุผลว่า เศรษฐกิจมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น ซึ่งรวมถึงความแข็งแกร่งในด้านการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนของภาคธุรกิจ
ที่มา : นสพ.มติชน
ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
7 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
