"จีเอ็ม" เรียกคืนรถครั้งใหม่เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคัน
"จีเอ็ม" เรียกคืนรถครั้งใหม่เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคัน
     กลุ่มบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส ( จีเอ็ม ) สั่งเรียกคืนรถยนต์เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคันทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นรถสปอร์ต เพื่อเช็คระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ถือเป็นการเรียกคืนรถยนต์ครั้งที่ 2 ในเดือนนี้ หลังเรียกคืนรถ 1.6 ล้านคันกลับมาเช็คม่านถุงลม

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่ากลุ่มบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส ( จีเอ็ม ) ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์เรียกคืนรถยนต์เพิ่มเป็น 1.5 ล้านคันทั่วโลก ที่ผลิตระหว่างปี 2551-2553 จากเดิมที่ประกาศก่อนหน้านี้ 824,000 คัน โดยเป็นรถยนต์เชฟโรเลต โคบอลต์ เชฟโรเลต เอชเอชอาร์ รถสปอร์ตพอนทิแอค รุ่นซอลสทิซและจีไฟฟ์เอส และรถสปอร์ตแซทเทิร์น สกาย เพื่อนำกลับมาตรวจสอบระบบการเผาไหม้ของเครื่องยนต์

     นางแมรี บาร์รา ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของจีเอ็ม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตที่เป็นผลมาจากการขับขี่รถยนต์ทุกรุ่นที่มีการเรียกคืนครั้งล่าสุด แต่สถิติของบริษัทก่อนหน้านี้ระบุการพบปัญหาในกระบวนการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ จากรถยนต์รุ่นเดียวกันทั้งหมดที่ผลิตระหว่างปี 2548-2550 และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ศพ จีเอ็มจึงตัดสินใจเรียกคืนรถที่ผลิตหลังจากนั้นหลับมาตรวจสอบอีกครั้งก่อนว่ามีข้อบกพร่องที่ระบบเครื่องยนต์ หรือที่จุดอื่นใดอีกหรือไม่ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต

     เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว จีเอ็มเพิ่มสั่งเรียกคืนรถยนต์ 1.6 ล้านคันจากทั่วโลก ในจำนวนนี้เกือบ 1.2 ล้านคันเป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอสยูวี ที่ผลิตระหว่างปี 2551-2556 อาทิ เชฟโรเลต ทราเวิร์ส เพื่อนำกลับมาตรวจสอบและซ่อมแซมม่านถุงลม

ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
3 เมษายน 2557
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ