"โอบามา" ทัวร์ 4 ชาติเอเชีย สานสัมพันธ์ความมั่นคง-ศก.

สารที่นายโอบามาต้องการสื่อนั้นชัดเจน คือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรในแถบนี้ว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับเอเชีย-แปซิฟิกในฐานะจุดยุทธศาสตร์ทางความมั่งคง และเศรษฐกิจระดับแนวหน้า พร้อมทั้งส่งสัญญาณไปยังจีน พี่เบิ้มแห่งเอเชียที่จับตามองความเคลื่อนไหวของสหรัฐชนิดไม่กะพริบตา ว่าอเมริกาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนและพันธมิตรในแถบนี้
ด้านวอชิงตันโพสต์ระบุว่า ทริป 23-28 เมษายนนี้ มีภารกิจหลากหลายรอนายโอบามาอยู่ ทั้งการเจรจาการค้าเสรีกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะด้านการเกษตรที่เป็นเซ็กเตอร์อ่อนไหวของแดนปลาดิบ เป็นกาวใจประสานรอยร้าวกับ 2 พันธมิตรหลักในเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ กระชับสัมพันธ์กับประเทศมุสลิมสายกลางอย่างมาเลเซีย ซึ่งไม่มีผู้นำสหรัฐไปเยือนนานเกือบ 50 ปี และวางกรอบกระชับสัมพันธ์ทางทหารกับฟิลิปปินส์
อย่างไรก็ตาม ภารกิจทั้งหมดข้างต้นล้วนอยู่ภายใต้เป้าหมายหลักเดียวกัน นั่นคือ "ปรับสมดุลความสัมพันธ์" กับภูมิภาค ซึ่งมีพลวัตทางการเมืองและเศรษฐกิจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในภาวะที่พญามังกรกำลังพยายามแผ่ขยายอิทธิพลเหนือภูมิภาคนี้เช่นกัน
แอนดริว แฮมมอนด์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษของรัฐบาลอังกฤษ ยุคนายโทนี แบลร์ มองว่า นายโอบามากำลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ที่สุดในการดำเนินนโยบาย "มุ่งสู่เอเชีย" อาทิ ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ที่ประกอบด้วยสมาชิก 12 ประเทศ มีจีดีพีรวมกันราว 40% ของทั้งโลก มีความคืบหน้าน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่สหรัฐหวังให้เป็นหัวหอกในการกระชับสัมพันธ์ทางการค้าและปิดล้อมจีนทางเศรษฐกิจ
ยิ่งไปกว่านั้น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐยังแตกคอกันเอง ซึ่งอาจเป็นการเปิดโอกาสให้จีนเข้ามาแทรกแซงได้ ในการประชุมสุดยอดด้านนิวเคลียร์ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ เดือนที่แล้ว นายโอบามาได้จัดการประชุม 3 ฝ่าย โดยมี นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และ นางสาวปาร์ก กึน-เฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เข้าร่วม หวังประสานรอยร้าวระหว่าง 2 ชาติเอเชีย ที่ความบาดหมางสืบย้อนไปถึงยุคที่ญี่ปุ่นรุกรานและยึดครองเกาหลีใต้ในฐานะอาณานิคม นอกจากนั้น ยังมีประเด็นการบังคับสตรีเกาหลีใต้ให้มาบริการทางเพศแก่ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
แม้การเป็นกาวใจของโอบามาที่กรุงเฮก และในการเดินทางเยือนรอบนี้จะไม่สามารถแก้ไขความบาดหมางระหว่างกันได้ทั้งหมด แต่ก็อาจช่วยกระตุ้นให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ละวางความขัดแย้งระหว่างกันไว้ชั่วคราว และหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาที่เร่งด่วนกว่า อย่างวิกฤตนิวเคลียร์เกาหลีเหนือซึ่งคุกคามผลประโยชน์ของทั้ง 3 ประเทศ
ไม่ใช่เพียงฝ่ายมะกันที่ต้องกระชับสัมพันธ์กับ 4 ประเทศเอเชีย ทั้ง 4 ประเทศดังกล่าวก็ต้องการพึ่งพาสหรัฐในการคานอำนาจกับจีนในด้านข้อพิพาทเขตแดนทางอากาศหรือทะเลเช่นกัน โดยเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ที่จีนประกาศใช้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีกลาย มีพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงไต้หวันอ้างสิทธิ์ ขณะที่ฟิลิปปินส์และมาเลเซียต่างมีกรณีพิพาทกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ใน ทะเลจีนใต้กับจีน
ซึ่งจุดนี้ นายแอนดริว เคนเนดี ศาสตราจารย์ด้านนโยบายสาธารณะ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ชี้ว่า เป็นโอกาสของสหรัฐ
"10 ปีก่อน สหรัฐถูกมองว่าเป็นมหาอำนาจที่ก้าวร้าวกว่า แต่ปัจจุบันหลายประเทศกลับจับตามองจีนด้วยความกังวล เปิดโอกาสให้สหรัฐในการเดินเกมกระชับสัมพันธ์กับประเทศที่ระแวงจีน"
แม้สหรัฐจะแสดงจุดยืนพร้อมสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่แสดงความเป็นปฏิปักษ์กับจีนแบบโจ่งแจ้ง
"ด้านหนึ่ง สหรัฐต้องให้ความเชื่อมั่นกับมิตรประเทศในแถบนี้ แต่อีกด้านหนึ่ง ต้องไม่ให้ความสัมพันธ์กับจีนเสื่อมถอยไปสู่การเผชิญหน้า" เพราะผลประโยชน์ด้านการค้ากับจีนมีมหาศาล หยงวุก เรียว จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ให้ความเห็น
การเยือนมาเลเซียเป็นการชดเชยที่โอบามายกเลิกทริปเยือนเอเชียปลายปีที่แล้ว เนื่องจากต้องอยู่บ้านสางปมงบประมาณไม่ผ่านสภา จนนำไปสู่วิกฤต "Government Shutdown" คาดว่าผู้นำสหรัฐจะหลีกเลี่ยงประเด็นเสรีภาพในการแสดงออกในมาเลเซีย เรื่องที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านถูกศาลตัดสินว่าประพฤติผิดทางเพศ ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี
ในระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์ คาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางทหาร ซึ่งจะอนุญาตให้สหรัฐหมุนเวียนนาวิกโยธิน เรือรบ และเครื่องบินเข้ามาในฟิลิปปินส์เป็นช่วง ๆ เช่นเดียวกับที่มีข้อตกลงกับออสเตรเลีย รัฐบาลมะนิลามีท่าทีกระตือรือร้นในการกระชับสัมพันธ์กับสหรัฐอย่างชัดเจน เพราะประเทศดังกล่าวกำลังเดินหน้าแย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทางทะเลกับจีนอย่างเอาจริงเอาจัง ล่าสุด รัฐบาลของประธานาธิบดีเบนิกโน อากิโนที่สาม ได้ยื่นฟ้องจีนต่อศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศในเยอรมนี
การที่ฟิลิปปินส์เป็นพันมิตรที่แนบแน่นของสหรัฐ ย่อมทำให้จีนต้องหยุดพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตอบโต้ด้วยกำลัง แม้จะมีแสนยานุภาพทางทหารเหนือกว่ามาก เนื่องจากอาจเป็นการเปิดช่องให้สหรัฐยื่นมือมายุ่มย่ามในประเด็นนี้ และปัญหาระดับทวิภาคีอาจพัฒนาเป็นระดับพหุภาคีได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของสหรัฐเชื่อมโยงกับการเติบโต และเสถียรภาพในเอเชีย-แปซิฟิก การวางหมากระยะสั้น การเดินเกมระยะยาว เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐ และรักษาความน่าเชื่อถือในสายตาพันธมิตรในภูมิภาคนี้ จึงไม่มีพื้นที่ให้กับความล้มเหลแต่อย่างใด
ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
6 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
