กูเกิลก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้าแอปเปิลที่ครองบัลลังก์ติดต่อกันมา 3 ปี
กูเกิลก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก แซงหน้าแอปเปิลที่ครองบัลลังก์ติดต่อกันมา 3 ปี
     ในรายงาน "แบรนด์มูลค่าสูงสุด 100 อันดับแรก ปี 2557" จากการประเมินของมิลล์วอร์ด บราวน์ บริษัทด้านการสื่อสาร มูลค่าแบรนด์ของกูเกิลพุ่งขึ้น 40% ในปีที่แล้วมาอยู่ที่ 1.59 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนแอปเปิลมูลค่าแบรนด์ร่วง 20% เหลือ 1.48 แสนล้านดอลลาร์

     การหล่นจากตำแหน่งแชมป์ของแอปเปิลเป็นผลจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ล่าช้า ขณะที่กูเกิลให้ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้อย่างมาก

     ปีที่แล้วระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วโลก อุปกรณ์สื่อสารที่สวมใส่ได้อย่างกูเกิลกลาสก็ได้รับความสนใจกว้างขวาง แม้แต่นวัตกรรมที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างรถยนต์ไร้คนขับก็ได้เสียงตอบรับแง่บวก ไม่ต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์หลักอย่างเสิร์ชเอนจิ้น ที่ยังทิ้งห่างคู่แข่งชนิดไม่เห็นฝุ่น

     ส่วนแอปเปิลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่สามารถคิดค้นนวัตกรรมที่เรียกเสียงฮือฮาได้เหมือนสมัยสตีฟ จ๊อบส์กุมบังเหียน สินค้าที่ออกใหม่ในปี 2556 เป็นเพียงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ติดตลาดอยู่แล้ว เช่น ไอโฟน ไอแพด

     ส่วนอีก 3 แบรนด์ที่ติดอันดับท้อป 5 ได้แก่ ไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์และแมคโดนัลด์ ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่อเมซอนติด 1 ใน 10  ส่วนทวิตเตอร์และลิงค์อินเข้ามาอยู่ในลิสต์เป็นครั้งแรกที่อันดับ 71 และ 78 ตามลำดับ ขณะเดียวกันเฟซบุ๊คก็ขยับมาอยู่ที่อันดับ 21 โดยมีมูลค่าแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 68%


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
26 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ