'อเมซอน' ซุ่มทดสอบขนส่งสินค้าเอง
'อเมซอน' ซุ่มทดสอบขนส่งสินค้าเอง
     "อเมซอน" ซุ่มทดสอบขนส่งสินค้าเอง ทำให้อเมซอนเข้าใกล้หัวใจของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น

     "อเมซอน" ซุ่มทดสอบเครือข่ายขนส่งสินค้าของตัวเอง โดยใช้รถขนสินค้าติดชื่ออเมซอนข้างกล่อง และให้บริษัทรับจ้างขับรถส่งสินค้าไปตามที่อยู่ ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย คล้ายกับที่กำลังทดสอบในลอสแองเจลิสและนิวยอร์ก

     การให้บริการส่งสินค้าของตัวเอง จะทำให้อเมซอน ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนัก ว่าส่งสินค้าล่าช้าในช่วงฤดูหนาว สามารถควบคุมระบบการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น และยังช่วยลดค่าขนส่งสินค้าที่มีสัดส่วนประมาณ 1% ของยอดขายในแต่ละปี นับตั้งแต่ปี 2552 อีกด้วย

     อเมซอน รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทมีผลกำไรซบเซาอีกหนึ่งไตรมาส โดยยอดขายเพิ่มขึ้นเพียง 23% เป็น 19,740 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 31% และยังมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ หรือคลาวด์ และแผนนำร่องใหม่ ๆ โดยผลกำไรในไตรมาสแรกอยูที่ 108 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 82 ล้านดอลลาร์ ช่วงเดียวกันของปีก่อน

     ความพยายามจัดส่งสินค้าเองนี้ จะทำให้อเมซอนเข้าใกล้หัวใจของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น เช่น การส่งสินค้าในวันเดียวกับการสั่งซื้อ ทำให้บรรดานักช้อป ไม่จำเป็นต้องออกไปซื้อของถึงร้านค้า และการมีรถส่งสินค้าเป็นของตัวเอง ก็จะทำให้อเมซอนจัดส่งสินค้าในเวลากลางคืน หรือเวลาที่เจาะจงกว่านั้นได้

     ความเคลื่อนไหวของอเมซอนเป็นความท้าทายสำหรับบรรดาผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง "วอลมาร์ท" "อีเบย์" และ "กูเกิล" ซึ่งแต่ละราย กำลังซุ่มทดสอบขนส่งสินค้าของตัวเองเช่นกัน



ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
3 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ