สหรัฐฯ ตั้งเป้าลดก๊าซคาร์บอนฯ 30% ใน 16 ปี
สหรัฐฯ ตั้งเป้าลดก๊าซคาร์บอนฯ 30% ใน 16 ปี
     รัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จากการผลิตพลังงานไฟ้า ลงให้ได้ 30% ภายในปี 2573

     การกำหนดเป้าหมายลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ครั้งนี้ของรัฐบาลวอชิงตัน ถือเป็นโครงการบรรเทาภาวะโลกร้อน ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยจะประกาศข้อกำหนดทั้งหมดได้ในปีหน้า ช่วงเวลาเดียวกับการลงนามสนธิสัญญา ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่ ของชาติสมาชิกองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น

     อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อสรุป ตั้งแต่ปี 2552 ว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจก เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชากรโลก แต่สหรัฐไม่ได้ดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มการใช้พลังงานทางเลือก จนกระทั่งปีถัดมา

     ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงเป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในสหรัฐ คิดเป็น 1 ใน 3 ของก๊าซเรือนกระจกของทั้งประเทศในรอบ 1 ปี ทำให้สหรัฐ เป็นประเทศที่ทำให้โลกร้อนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน

     หนึ่งในแผนการจัดสรรพลังงานของสหรัฐคือ ลดการใช้ถ่านหิน ซึ่งเคยเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ปัจจุบัน มีการใช้ถ่านหินไม่ถึง 40 %ของการผลิตไฟฟ้าโดยรวม โดยมีการทดแทนด้วยพลังงานอื่นๆ เช่น ก๊าซธรรมชาติ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์


ขอบคุณรูปภาพจาก : www.studysquares.com
3 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ