โอบามาเตรียมประชุมร่วมกับผู้นำแอฟริกา
โอบามาเตรียมประชุมร่วมกับผู้นำแอฟริกา
     ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เตรียมจัดการประชุมสุดยอดร่วมกับผู้นำในทวีปแอฟริกา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า นับเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมแบบนี้ ขณะที่ จีน ยุโรปและญี่ปุ่นเอง ก็เตรียมจัดการประชุมเช่นนี้เหมือนกัน

     สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 3ส.ค.ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามาผู้นำสหรัฐเตรียมจัดการประชุมสุดยอดกับผู้นำในทวีปแอฟริกาเป็นเวลา3 วันในกรุงวอชิงตันระหว่างวันที่ 4-6ส.ค.นี้ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมเช่นนี้โดยการประชุมสุดยอดครั้งนี้ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่สุดที่ประธานาธิบดีสหรัฐเคยจัดการประชุมกับผู้นำรัฐบาลประเทศในแอฟริกาจะเป็นการต่อยอดเมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีโอบามาเยือนแอฟริกาในช่วงฤดูร้อนปี 2556และจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและแอฟริกาหนึ่งในภูมิภาคที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกและมีอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุด

     การประชุมครั้งนี้รัฐบาลสหรัฐมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าทางการค้าและการลงทุนในแอฟริกาและรักษาคำมั่นของสหรัฐในการส่งเสริมความมั่นคง,การพัฒนาประชาธิปไตยและประชาชนของแอฟริกา

     นอกจากบรรดาผู้นำของแอฟริกากว่า40 ประเทศแล้วยังมีนักธุรกิจแอฟริกาอีกหลายร้อยคนจะเข้าร่วมประชุมด้วย

     นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำแอฟริกาและยังมีความพยายามเช่นเดียวกันนี้จากจีน,ยูโรป และญี่ปุ่นซึ่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเหล่านี้ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติของแอฟริกาและตลาดชนชั้นกลางของชาวแอฟริกาจำนวนประมาณ350 ล้านคน


ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
4 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ