ไขปมดีลซื้อ "โค้ก-มอนสเตอร์ฯ" คุยตั้งนาน...ทำไมซื้อแค่ 17%

เป็นคำถามที่หลายคนกังขาถึงดีลระหว่างบริษัทซอฟต์ดริงก์ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่ออกมาประกาศว่าต้องการถือหุ้นในบริษัทมอนสเตอร์ เบฟเวอเรจ เครื่องดื่มชูกำลังรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา จำนวน 17% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีการพูดคุยกันเป็นเวลากว่า 1 ปี
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีต เจอร์นัลรายงานว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าดีลนี้จะทำให้ธุรกิจโคคา-โคลาในสหรัฐตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเผชิญกับอัตราการบริโภคเครื่องดื่มโซดาที่ลดต่ำลงมากว่าทศวรรษ และยอดขายที่ชะลอตัวลงทั่วโลก
แหล่งข่าวใกล้ชิดโคคา-โคลาระบุว่า การเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนดังกล่าว เพราะต้องการบาลานซ์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
"มันคือการปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์และภาพลักษณ์ของบริษัท" แหล่งข่าวระบุ พร้อมชี้ว่า บริษัทควรระมัดระวังการตัดสินใจที่อาจกระทบกับเรื่องดังกล่าว
ภาพลักษณ์ที่โค้กพยายามปลุกปั้นให้ดูเป็นแบรนด์ที่สนุกสนาน ใจดี โดยใช้คุณลุงซานตาคลอสมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในโฆษณาช่วงคริสต์มาส ไปจนถึงสโลแกนปัจจุบัน "โอเพ่นแฮปปี้เนส" ในขณะที่มอนสเตอร์ฯมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างออกไป
จากข้อมูลในเว็บไซต์ของมอนสเตอร์ฯมีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่าง "ปลดปล่อยอสูรร้ายในตัวคุณ" ฯลฯ หรือเครื่องดื่มบางรายการก็มีชื่อเรียกว่า "การโจมตี" หรือ "ความสับสนวุ่นวาย" รวมถึงกลยุทธ์ในการใช้สาวสวยเซ็กซี่ชุดดำในนามมอนสเตอร์เกิร์ล ร่วมงานที่บริษัทเข้าเป็นสปอนเซอร์ อาทิ การแข่งมอเตอร์ไซค์ผาดโผน ซึ่งภาพลักษณ์ดังกล่าวขัดกับโค้กอย่างสิ้นเชิง
และแม้แต่การต่อสู้กับประเด็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือสารที่ให้ความหวานว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด
โรคอ้วนหรือเบาหวานจากนักการเมือง เกิดเป็นกระแสตื่นตัวไปทั่ว ก็ยังไม่เป็นปัญหาเท่ากับการกล่าวอ้างเรื่องความปลอดภัยทางโภชนาการที่พาดพิงมอนสเตอร์ฯ ซึ่งโค้กและมอนสเตอร์ฯต่างก็พยายามออกมาบอกว่าการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังนั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีความปลอดภัย โดยมอนสเตอร์ฯอ้างถึงกาแฟของสตาร์บัคส์ 1 ออนซ์ว่ามีปริมาณกาเฟอีนมากกว่าเครื่องดื่มชูกำลังของมอนสเตอร์ฯ 1 ออนซ์เกือบ 2 เท่า
แหล่งข่าวยังระบุต่อไปอีกว่า การเข้าถือหุ้นในสัดส่วนดังกล่าวเป็น "สเต็ปที่ปลอดภัย" ที่ผู้บริหารระดับบนต่างเห็นด้วย ท่ามกลางการโต้เถียงถึงผลจากการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าในอนาคตผู้บริหารของโค้กก็ต้องการที่จะครอบครองหุ้นในส่วนที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม การเข้าถือหุ้นของโค้กจะดันการเติบโตของมอนสเตอร์ฯให้เร็วขึ้น ด้วยเครือค่ายที่มีอยู่ทั่วโลกสำหรับขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งมอนสเตอร์ฯยังมีสัดส่วนเพียง 25% ของพอร์ต
ด้านผลประกอบการ มอนสเตอร์ฯถือเป็นผู้เล่นเบอร์ 2 ของโลก ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง รองจากเรดบูล โดยยอดขายครึ่งปีแรกมีการเติบโต 8.9% หรือ 1.22 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.monsterenergy.com
2 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
