เศรษฐกิจสหรัฐ..ตอนนี้ยังดีอยู่ แต่ความไม่แน่นอนเริ่มเพิ่มขึ้น

ในช่วงสอง-สามสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของโลก หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาน่าผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นการผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีและกลุ่มยูโรโซนที่หดตัวมากกว่าคาด, การใช้จ่ายของครัวเรือนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นซึ่งหดตัวมากกว่าคาดเช่นกัน
ส่วนเศรษฐกิจจีนนั้น แม้ตัวเลขการส่งออกเดือนกันยายนจะสูงกว่าคาดมาก แต่นักวิเคราะห์ก็ได้ตั้งคำถามถึงความถูกต้องของตัวเลขล่าสุด ด้วยเกรงว่าอาจจะมีการบันทึกรายการส่งออกสูงเกินจริงเพื่อที่จะนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ หลบหลีกการควบคุมการนำเงินเข้าของทางการจีน
นอกจากนี้ ราคาบ้านสร้างใหม่ของจีนยังคงปรับลดเป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน สะท้อนถึงภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา ในขณะที่หลายฝ่ายคาดว่า ผู้ประกอบการอาจจะยังคงต้องปรับลดราคาบ้านลงอีกเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลต่อสภาพคล่องของธุรกิจอสังหาฯ จนล่าสุดทางการจีนต้องออกมาตรการมาช่วยเหลือเพิ่มเติม
ในทางตรงข้าม ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ส่วนใหญ่ยังคงดูดี ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ รวมถึงภาวะการจ้างงาน
แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ส่วนใหญ่จะยังคงบ่งชี้ถึงการทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่หลายฝ่ายเกรงว่า เศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ลง ถึงจุดหนึ่งก็อาจจะส่งผลกระทบในทางลบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐได้ ทั้งนี้ แม้ว่าการส่งออกของสหรัฐจะมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของขนาดของเศรษฐกิจหรือจีดีพี ซึ่งอาจจะดูเหมือนว่าไม่มาก
แต่ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสินค้าของสหรัฐ จำนวนมากไม่ได้ผลิตในประเทศแล้ว แต่ใช้ประเทศอื่น เช่น จีน เวียดนาม เม็กซิโก เป็นฐานการผลิตแทน ทำให้สินค้าเหล่านั้นไปบันทึกเป็นการส่งออกของประเทศอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของสหรัฐก็ได้รับรายได้จากยอดขายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก โดยมีการประเมินว่าสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศของธุรกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐ อยู่ที่ประมาณร้อยละ 36 ของรายได้รวม ซึ่งทำให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ย่อมจะกระทบต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ และกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโดยรวม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลกยังอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐทางอ้อม ผ่านอัตราเงินเฟ้อที่ลดต่ำลง ตามราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่าง ๆ จนอาจจะสร้างความเสี่ยงของการเกิดภาวะเงินฝืดได้ กล่าวคือ เมื่อประชาชนเห็นว่าสินค้าต่าง ๆ ราคาถูกลงก็ไม่รีบที่จะซื้อ
ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้ขายขายของไม่ได้ จนต้องปรับลดราคาลงอีก เป็นงูกินหาง ส่งผลให้การใช้จ่ายต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจชะลอตัวลง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในญี่ปุ่น และในปัจจุบันกำลังเกิดขึ้นในยุโรปหลายประเทศ
จากประเด็นความเสี่ยงดังกล่าว โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐนั้น ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐบางท่าน ออกมาให้ความเห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ ควรที่จะชะลอการยุติการอัดฉีดสภาพคล่องหรือการทำคิวอี ออกไปก่อน จากเดิมที่คาดกันว่าจะจบได้ในเดือนตุลาคมนี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มีความเห็นที่หลากหลายต่อประเด็นดังกล่าว โดยบางฝ่ายมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐน่าจะยังคงเดินหน้าจบการทำคิวอีในการประชุมในปลายเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้เพราะวงเงินซื้อสินทรัพย์ทางการเงินหรือคิวอี ที่เหลืออยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนนั้น แทบจะไม่มีผลต่อสภาพคล่องและเศรษฐกิจสหรัฐ ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เอง ก็ยังคงไม่แสดงอาการว่าถูกกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ดังจะเห็นได้จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่าสุด ที่ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาด ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำในขณะนี้ น่าที่จะช่วยหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การใช้จ่ายต่าง ๆ น่าจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น เราคงจะต้องรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งของสหรัฐ รวมถึงยุโรปและจีน ที่จะทยอยประกาศออกมาจนถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งหากตัวเลขต่าง ๆ ไม่แย่เกินไปแล้ว ธนาคารกลางของสหรัฐ น่าที่จะจบคิวอี ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น คงจะขึ้นอยู่กับว่าในช่วงอีกห้าถึงหกเดือนข้างหน้า เศรษฐกิจสหรัฐ จะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เหมือนในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่
โดยสรุป จะเห็นได้ว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าจะยังคงเป็นเช่นนี้ไปอีกหลายเดือนข้างหน้า ทำให้ท่านผู้อ่านคงจะต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนในราคาสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งหุ้นและทองคำ รวมถึงค่าอัตราแลกเปลี่ยนครับ
ที่มา : โลกการเงินกับดร.เชาว์ เก่งชน
21 ตุลาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
เดลินิวส์ออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
