จำนวนชาวสหรัฐฯ สละสัญชาติพุ่ง หวั่นถูกรัฐรีดภาษี
จำนวนชาวสหรัฐฯ สละสัญชาติพุ่ง หวั่นถูกรัฐรีดภาษี
     บลูมเบิร์ก รายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ตัดสินใจสละสัญชาติพุ่งขึ้น 39% ในไตรมาส 3 ของปีนี้ หลังจากกฎหมายเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของคนอเมริกันในต่างประเทศมีผลบังคับใช้

     บลูมเบิร์กอ้างข้อมูลของสำนักจดทะเทียนรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ว่า ช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาผู้สละสัญชาติอเมริกันเพิ่มเป็น 776 ราย เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 560 คน

     กฎหมายให้ความร่วมมือเก็บภาษีบัญชีในต่างประเทศ (Fatca หรือ แฟทก้า) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา กดดันให้ชาวอเมริกันราว 6 ล้านคนที่พำนักอยู่นอกสหรัฐฯ ต้องหันมาพิจารณาเรื่องการสละสัญชาติ หลังธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์กว่า 100 แห่ง เริ่มส่งข้อมูลของลูกค้าชาวอเมริกันให้กับทางการสหรัฐฯ เมื่อหลีกเลี่ยงการถูกตั้งข้อหาให้ความช่วยเหลือในการหลีกเลี่ยงภาษี

     แฟทก้า กำหนดให้สถาบันการเงินของสหรัฐฯ มีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 30% จากเงินที่จ่ายให้กับสถาบันการเงินต่างประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลบัญชีลูกค้าชาวอเมริกัน กฎหมายฉบับดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เข้าถึงข้อมูลจากสถาบันการเงิน 77,000 แห่งและรัฐบาล 80 ประเทศทั่วโลกเกี่ยวธุรกรรมทางการเงินของพลเมืองอเมริกัน

     ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศเดียวในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่เรียกเก็บภาษีจากพลเมืองของตนซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีชาวอเมริกันในต่างประเทศสละสัญชาติแล้วมากกว่า 9,000  คน และกฎหมายแฟทก้ามีแนวคิดริเริ่มร่างกฎหมายในปี 2553 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีรายได้ภาษีเพิ่มราว 8.7 พันล้านดอลลาร์ ในระยะเวลา 10 ปี


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


28 ตุลาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ