มองเศรษฐกิจสหรัฐปี′58 แนวโน้มสดใส แต่ยังท้าทาย
มองเศรษฐกิจสหรัฐปี′58 แนวโน้มสดใส แต่ยังท้าทาย
     ตลาดหุ้นที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง อัตราการว่างงานที่ลดต่ำกว่า 6% เศรษฐกิจที่ขยายตัว 5% อัตราเงินเฟ้อในระดับปานกลาง และราคาน้ำมันที่ลดต่ำทุบสถิติ สถานการณ์ข้างต้นล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักเห็นพ้องกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐปี 2558 จะเป็นไปอย่างสดใสและรับบทบาทหัวเรือใหญ่ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจโลก

     อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ยังมีตัวแปรอีกหลายประการที่ยังไม่น่าไว้วางใจ และเป็นตัวฉุดการเติบโตของเขตเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก

     ฟอร์บสชี้ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดมาจากนอกประเทศ ได้แก่ เศรษฐกิจที่ซบเซาและเสี่ยงจะเกิดภาวะเงินฝืดในยูโรโซน ภาวะถดถอยในญี่ปุ่น ตลอดจนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะปัญหาในยุโรปที่ส่อเค้ารุนแรงจนธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้องอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบผ่านการซื้อพันธบัตรประเทศในยูโรโซน หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เวอร์ชั่นยุโรป ซึ่งหากมีการประกาศใช้จริง ประกอบกับแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงกลางปีนี้ ย่อมทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ และส่งผลกระทบต่อการส่งออกของสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

     เช่นเดียวกับในญี่ปุ่น ที่การใช้ QE ก็กดค่าเงินเยนให้อ่อนลงต่อเนื่องจากปีก่อน ทำให้รถยนต์จากทั้งฝั่งยุโรปและญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้ผลิตรถยนต์ในสหรัฐ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และอาจนำไปสู่การปลดคนงานหรือลดชั่วโมงทำงานได้

     สถานการณ์ยูเครน-รัสเซียและกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่อาจสั่นสะเทือนเศรษฐกิจสหรัฐได้ แม้สหรัฐจะมีสัมพันธ์ทางการค้ากับรัสเซียไม่มากนัก แต่ในฐานะพันธมิตรที่แนบแน่นของยุโรปซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของรัสเซีย สหรัฐอาจต้องยื่นมือเข้าไปช่วยยุโรปปกป้องยูเครนและลงโทษรัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการค้าการลงทุนในสหรัฐเองและในตลาดโลก

     ขณะที่ความรุนแรงในตะวันออกกลางยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แม้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปต่อกรกับกลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State : IS) แต่ในอนาคตหากมีพลเมืองอเมริกันตกเป็นเหยื่อความรุนแรง หรือผลประโยชน์ของสหรัฐในภูมิภาคนั้นถูกคุกคามอย่างหนัก สหรัฐอาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้งบประมาณมูลค่ามหาศาล อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ราคาน้ำมันที่ทรุดฮวบตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วช่วยลดอิทธิพลของรัสเซียและผลกระทบของความไม่สงบในตะวันออกกลางที่มีต่อเศรษฐกิจโลก

     ส่วนปัจจัยภายในสหรัฐที่ยังไม่สู้ดีนักคือ ตลาดแรงงาน แม้ตัวเลขการว่างงานจะลดลงเหลือ 5.8% ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว แต่ถ้าเจาะลึกลงไปจะพบว่า อัตราการว่างงานที่ต่ำลงไม่ได้เป็นเพราะคนมีงานทำเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากมีคนในวัยทำงานออกจากตลาดแรงงานไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสัดส่วนของผู้อยู่ในตลาดแรงงานเทียบกับคนในวัยทำงานทั้งหมดของสหรัฐ ลดต่ำสุดนับจากปลายทศวรรษ 1970 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีงานทำจำนวนมากเป็นแรงงานแบบพาร์ตไทม์

     การเพิ่มค่าจ้างเป็นอีกหนึ่งปัญหาด้านแรงงานที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว จากการสำรวจของเฟดพบว่า ช่วงปี 2553-2556 มีเพียงครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุด 10% แรกของประเทศเท่านั้นที่มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวอเมริกันจำนวนมากยังมองว่าเศรษฐกิจยังเป็นขาลง ทั้งๆ ที่ตลาดหุ้นพุ่งกระฉูดและคนมีงานทำเพิ่มขึ้น

     นอกจากนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นหนึ่งในเซ็กเตอร์สำคัญของสหรัฐ ยังคงซบเซาสวนทางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะอยู่ในระดับต่ำตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด แต่การซื้อบ้านใหม่ก็ยังมีน้อยเพราะธนาคารพาณิชย์เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจจึงชะลอการซื้อบ้านออกไปก่อน

     โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาวซึ่งนิยมไปเช่าที่อยู่อาศัยแทนการซื้อซึ่งมีผลผูกพันในระยะยาว เห็นได้จากการก่อสร้างอพาร์ตเมนต์พุ่งใกล้แตะระดับสูงสุดในรอบ 25 ปี ขณะที่ การขออนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวขยับสูงกว่าตัวเลขในปี 2556 เพียงเล็กน้อย

     ยิ่งไปกว่านั้น หากเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับ 0-0.25% มาเป็นเวลาหลายปี อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อซื้อบ้านก็จะพลอยขยับตาม ทำให้ตลาดอสังหาฯยิ่งเงียบเหงาลงอีก

     ด้านราคาน้ำมันที่ลดลง แม้จะช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงและช่วยให้ผู้บริโภคมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้การลงทุนด้านการสำรวจแหล่งพลังงานในสหรัฐลดลง ตลอดจนทำให้กิจการน้ำมันที่สายป่านไม่ยาวพอเริ่มทยอยปิดกิจการ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น เคมีภัณฑ์

     ปัจจัยสุดท้าย ซึ่งคาดการณ์ได้ยากที่สุดคือ ปฏิกิริยาของตลาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งถือเป็นสิ้นสุดนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ หลังจากยุติ QE รอบสามในเดือนตุลาคมปีกลาย วอลล์สตรีต เจอร์นัล ระบุว่า ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาการเติบโตของสินเชื่อทั้งจากธนาคารกลางและสถาบันการเงินในสหรัฐรวมกันอยู่ที่ 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม 2557 ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 9.7%

     หากตัวเลขการขยายสินเชื่อในสหรัฐยังคงลดลงต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างสดใสและค้ำจุนเศรษฐกิจโลก อาจหม่นมัวลงอย่างน่าเสียดาย


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
20 มกราคม 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ