"สตาร์บัคส์" เตรียมเพิ่มนมมะพร้าว เอาใจคอกาแฟทางเลือก
"สตาร์บัคส์" เตรียมเพิ่มนมมะพร้าว เอาใจคอกาแฟทางเลือก
     ร้านสตาร์บัคส์ในสหรัฐเตรียมนำ "นมมะพร้าว" หรือ Coconut milk มาเป็นตัวเลือกสำหรับชงกาแฟให้คอกาแฟชาวอเมริกันที่ไม่กินนมวัวหรือนมถั่วเหลือง

     สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทสตาร์บัคส์จะเริ่มเปิดให้ลูกค้าใน 12,123 สาขาของสหรัฐ สามารถเลือกใช้นมมะพร้าวสำหรับการชงกาแฟแทนนมวัวหรือนมถั่วเหลืองตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ.เป็นต้นไป เพื่อตอบสนองต่อกระแสความต้องการนมจากแหล่งอื่น ๆ เช่น มะพร้าวหรือถั่ว ที่กำลังมาแรงในสหรัฐ ทั้งนี้ทางร้านจะคิดเงินเพิ่มอีก 60 เซนท์ เช่นเดียวกับการใช้นมถั่วเหลือง

     นอกจากสตาร์บัคส์แล้ว เชนร้านกาแฟคู่แข่งอย่าง เดอะคอฟฟี่บีนส์ แอนด์ ทีลีฟ เองเริ่มนำนมชนิดอื่น ๆ มาเป็นตัวเลือกในการชงกาแฟเช่นเดียวกัน

     ทั้งนี้ สำนักวิจัยยูโรมอร์นิเตอร์คาดการณ์ว่า ยอดขายปลีกของนมที่ไม่ได้มาจากวัวหรือถั่วเหลืองในสหรัฐจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2019 หรือเท่ากับ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ยอดขายนมวัวจะลดจาก 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 1.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และนมถั่วเหลืองจะลดลง 30% จากยอด 577 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2014


ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
9 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้วเราได้ทำความรู้จักกับกฏหมาย Trade Facilitation and Trade Enforcement Act of 2015    (TFTEA 2015)  ซึ่งให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ในการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานผิดกฎหมายซึ่งรวมถึง แรงงานบังคับ (Forced Labor) แรงงานที่ผลิตโดยนักโทษ (Prison Labor) และ แรงงานขัดหนี้ (Indentured Labor) เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยเป็นการสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าในลักษณะเป็นรายบริษัท และมิใช่รายประเทศ
  • เมื่อกลางปีนี้สหรัฐฯได้ปรับให้ไทยอยู่ใน Tier 2  Watch List ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (รายงาน TIP Report) ประจำปี 2559 หลังจากปรับลดระดับให้ไทย อยู่ใน Tier 3 เป็นเวลาสองปีติดต่อกัน  ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯเล็งเห็นว่าไทยเรามีพัฒนาการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และปัญหาแรงงานผิดกฎหมายที่ดีขึ้น  
  • กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ รายงานยอดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นสองหลักเกือบทุกปีนับตั้งแต่ปี 2533 และยังมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย The Nutrition Business Journal ได้รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551 อัตราการขยายตัวของยอดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 10 ทุกปี ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในสหรัฐฯ มีมีมูลค่ากว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 ล้านล้าน บาท) ในปี 2558
  • สหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเหล็กอเมริกาเหนือ (The United Steelworkers Union: USW) ได้ยื่นคำร้องต่อ International Trade Commission ขอไต่สวนการทุ่มตลาดและการอุดหนุนสำหรับสินค้ายางรถบรรทุกขนาดกลางและรถโดยสารของจีนในตลาดสหรัฐฯ ตามมาตรา 701 และ 731 ของกฎหมายภาษีศุลกากรอีกครั้ง หลังจากที่ USW เคยได้รับชัยชนะในการเรียกร้องให้ลงโทษสินค้ายางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาที่นำเข้าจากประเทศจีนมาแล้วในปีที่ผ่านมา
  • เมื่อสหรัฐฯ ลดข้อบังคับด้านการท่องเที่ยวให้กับคิวบา เจ้าของธุรกิจและผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเป็นรายแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการเรือข้ามฟาก (Ferry) ทางการท่าเรือไมอามีเร่งหารือแนวทางการสร้างอาคารผู้โดยสารชั่วคราวที่ท่าเรือไมอามีเพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการให้บริการเรือข้ามฟากไปยังคิวบา
  • นับเป็นโอกาสให้ชาวไทยสัญชาติอเมริกันใช้ประโยชน์จากหน่วยงานสหรัฐฯ ที่มีการส่งเสริมการลงทุน สร้างธุรกิจให้แก่บริษัทของชนกลุ่มน้อย เว็บไซต์ MBDA ได้รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มทำธุรกิจ โครงสร้างที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน การเขียนแผนธุรกิจ การขอใบรับรองกิจการที่สามารถขอได้จากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐบาลกลาง
    <br />

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ