หน่วยงานสำคัญในการติดต่อธุรกิจ

เขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาสามารถสร้างงานให้แรงงาน 1,500 คน

โครงการเขตพัฒนากวมรวมไซเสดถาเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สปป. ลาวกับจีน โดยกลุ่มบริษัท China Yunnan Construction and Investment Holding กับนครหลวงเวียงจันทน์ บนเนื้อที่ทั้งหมด 1,149 เฮกตาร์ มีแผนการลงทุนทั้งหมด 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนับเป็นเขตเศรษฐกิจการค้าต่างประเทศของจีนแห่งเดียวใน สปป. ลาว ปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการดังกล่าวแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเงินลงทุนสะสมในระบบจำนวน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างมูลค่าการผลิตประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคาดว่าหากบริษัทที่ลงทุนในเขตพัฒนาฯ สามารถดำเนินการผลิตได้ทั้งหมดจะมีมูลค่าการผลิตประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ลาวเร่งพัฒนาการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น

กรมนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาว รายงานว่า ในปี 2562 ปริมาณ การใช้ไฟฟ้าใน สปป. ลาวเพิ่มขึ้นเป็น 6,595 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,401 กิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี 2563 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 13,621 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2568 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 ต่อปี โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 47 และอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52 ภายในปี 2568

สถานีรถไฟลาว - จีนแห่งแรกแล้วเสร็จ ทางด่วนเวียงจันทน์ - วังเวียง พร้อมเปิดใช้ ธ.ค. 2563

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2563 บริษัท China Railway Construction Engineering Group (CRCEG) รายงานว่า บริษัทฯ ได้ก่อสร้างสถานีรถไฟนาเตย แขวงหลวงน้ำทา แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย นับว่าเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกตามเส้นทางรถไฟลาว – จีน หลังจากที่ได้ติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตสุดท้ายด้านบนอาคารหลักของสถานีแล้วเสร็จ

ADB ประเมินเศรษฐกิจลาวติดลบครั้งแรกในรอบ 30 ปี

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2563 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เผยแพร่รายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชียปี 2563 (ฉบับปรับปรุงเดือน ก.ย. 2563) โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2563 GDP สปป. ลาวจะติดลบ ร้อยละ 2.5 เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ตั้งแต่ปี 2529 – 2530 ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2564 GDP สปป. ลาวจะขยายตัว ร้อยละ 4.5 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการฟื้นตัวช้าเนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19

รัฐบาลลาวจับมือภาคธุรกิจแก้ไขอุปสรรคการค้า 11 เรื่อง

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2563 นางเข็มมะนี พนเสนา รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว และนายอุเดด สุวันนะวง ประธานสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว เป็นประธานร่วมการประชุมปรึกษาหารือแก้ไข 11 ปัญหาด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ศุลกากร และภาษี โดยมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วม

สถานการณ์การนำเข้าและส่งออกของ สปป. ลาวในเดือน ส.ค. 2563

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางด้านการค้าของ สปป. ลาว กรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรม และการค้า สปป. ลาว รายงานว่า เดือน ส.ค. 2563 สปป. ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าประมาณ 762 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยมูลค่าการส่งออกประมาณ 377 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่าการนำเข้าประมาณ 384 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สปป. ลาวขาดดุลการค้าประมาณ 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ มูลค่าการนำเข้าและส่งออกดังกล่าวไม่รวมมูลค่าการส่งออกไฟฟ้า

บริษัท ลาวโทรคมนาคม มหาชนเปิดใช้ระบบ 5G อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2563 บริษัท ลาวโทรคมนาคม มหาชน ได้จัดพิธีเปิดใช้ระบบ 5G อย่างเป็นทางการ โดยมีนายทันสะไหม กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป. ลาว นายสุพน จันทะวีไซ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงไปรษณีย์ฯ และลาวโทรคมนาคมเข้าร่วม

Moody’s ปรับลดความน่าเชื่อถือของ สปป. ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลด outlook ของ สปป. ลาวจาก stable เป็น negative

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 บริษัท Moody's Investors Service ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้รัฐบาล สปป.ลาวจาก B3 เป็น Caa2 และปรับลดคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ สปป. ลาว (outlook) จาก stable เป็น negative โดยประเมินว่า สปป.ลาวกำลังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดการชำระในช่วงปี 2563 - 2568 และมีทางเลือกทางการคลังที่จำกัด อีกทั้งได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคโควิด 19 ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่ สปป. ลาวจะผิดนัดชำระหนี้ในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยง มากขึ้น นอกจากนี้ Moody ยังปรับลดเพดานพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ สปป. ลาวจาก B1 เป็น Caa1 เพดานเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวจาก Caa1 เป็น Caa3 และเพดานเงินฝากสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวและพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นระยะยาวจาก Ba3 เป็น B1 โดยมีเหตุผลและปัจจัยสำคัญ ดังนี้

อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. 2563 ลดลงเล็กน้อย

ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อลาวเดือน ก.ค. 2563 ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 5.12 จากร้อยละ 5.28 เมื่อเดือน มิ.ย. 2563 และดัชนีการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.64 เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.76 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.30 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.44 การคมนาคม และขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.92 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.31 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาสินค้าและบริการ โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.79 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.25 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.22 สุขภาพและยาเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.49 และสินค้าและบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10.23

สปป. ลาวจะสูญเสียผลประโยชน์ทางการค้าหลังหลุดพ้นจากสถานะประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC)

ผลการศึกษาของศูนย์พาณิชยกรรมระหว่างประเทศ (International Trade Centre) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสหภาพยุโรป ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา สปป. ลาวได้รับประโยชน์จากระบบสิทธิพิเศษทั่วไปทางภาษี Generalized System of Preferences (GSP) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการส่งออกของ สปป.ลาวเสียภาษีน้อยลงหรือไม่ต้องเสียภาษีในการส่งออกไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อ สปป. ลาวหลุดพ้นจาก LDC จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษดังกล่าวจากตลาด 24 แห่งทั่วโลก


Pages: Prev. 1 ... 34 35 36 37 38 ... 77 Next

หน่วยงานภาคเอกชน

Coming soon