ศูนย์สถิติแห่งชาติ กระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. 2563 อยู่ที่ร้อยละ 3.19 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 และเพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย. 2563 ร้อยละ 0.35 เนื่องจาก การขาดแคลนสินค้าเกษตรสืบเนื่องจากความต้องการบริโภคอาหารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นตามแนวโน้มของราคาในตลาดโลก หากเปรียบเทียบกับเดือน ธ.ค. 2562 ราคาสินค้าและบริการแต่ละหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.71 เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.17 โดยเครื่องนุ่งห่มเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.44 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.84 โดยราคาสินค้าตกแต่งภายในเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.34 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.93 โดยราคายาและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.57 หากเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย. 2563 ราคาสินค้าและบริการในบางหมวดปรับตัวลดลง โดยอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.66 ได้แก่ ข้าวสารร้อยละ 2.03 สัตว์ปีกร้อยละ 0.14 ผลไม้ ร้อยละ 0.35 และผักสดร้อยละ 3.36 ในขณะที่ราคาเนื้อหมูเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.67 และเนื้อวัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 นอกจากนี้ ราคาสินค้าและบริการบางหมวดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.54 ของใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.55 และสุขภาพและยาเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.29
การให้เช่าและการขายอสังหาริมทรัพย์ใน สปป. ลาว โดยเฉพาะในนครหลวงเวียงจันทน์ซึ่งตั้งเป้าหมาย ผู้เช่าและผู้ซื้ออพาร์ทเม้นท์และคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เผชิญกับความท้าทายหลายด้านเนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด 19
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทน ทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวว่า รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าการเติบโตในภาคการเกษตร เฉลี่ยร้อยละ 2.5 คิดเป็นร้อยละ 15.3 ของ GDP ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ใน สปป. ลาวพึ่งพาเกษตรกรรมเพื่อการดำรงชีวิต และถือเป็นแหล่งรายได้หลักของประชากรลาว ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ รัฐบาล สปป. ลาวจะส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์ ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยตั้งเป้าหมาย ดังนี้
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานและบ่อแร่ สปป. ลาวได้ตรวจสอบ ประเมินผล และถอดบทเรียน
เพื่อพัฒนางานภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวให้ดียิ่งขึ้น ในปี 2563 การผลิตของภาคพลังงานและเหมืองแร่ของ สปป. ลาวมีมูลค่า 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 102 ของแผนประจำปี แบ่งเป็นมูลค่าการผลิตของภาคพลังงาน 2,227
ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 98 ของแผนประจำปี
และเหมืองแร่ 1,172 ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา หรือร้อยละ 113
ของแผนประจำปี
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายเวียงสะหวัด สีพันดอน เลขาคณะบริหารงานพรรคกระทรวงโยธาธิการ และขนส่ง สปป. ลาว รายงานเกี่ยวกับการเชื่อมโยงด้านคมนาคมและขนส่ง และการพัฒนาศักยภาพในการขนส่ง สินค้าผ่านแดนต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว โดยกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระทรวงโยธาฯ เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเฉพาะการยกระดับ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและขนส่ง ดังนี้
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2564 นายทองลุน สีสุลิด กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรคและนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว รายงานต่อที่ประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศ ครั้งที่ 11 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 - 2568) ดังนี้
ทางด่วนนครหลวงเวียงจันทน์ – วังเวียงโครงการระยะแรกของโครงการก่อสร้างทางด่วนลาว – จีน (นครหลวงเวียงจันทน์ – บ่อเต็น) ซึ่งเป็นโครงการลงทุนของกลุ่มบริษัท Yunnan Construction and Investment Holding และเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ซึ่งช่วยให้การเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ ถึงเมืองวังเวียงลดเวลาลงเหลือเพียงหนึ่งชั่วโมง (จากเดิมประมาณ 3 ชั่วโมง) และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรในภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดเส้นทาง และเพิ่มความร่วมมือทางการค้าเชิงสังคม-เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2564 ดร. บุนทอง จิดมะนี กรรมการกรมการเมืองศูนย์กลางพรรค คณะเลขาธิการศูนย์กลางพรรค รองนายกรัฐมนตรี ประธานตรวจตราศูนย์กลางพรรค องค์การต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวง ขั้นศูนย์กลางและหัวหน้าคณะชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน เป็นประธานการประชุมรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว – จีน โดยมี ดร. บุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว และหัวหน้าคณะชี้นำโครงการก่อสร้างทางรถไฟ พร้อมด้วยภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
สปป. ลาวมีแผนส่งข้าวขัดสี 2,000 ตันไปยังจีนในเดือน ม.ค. 2564 หลังจากส่งไปแล้ว 19,000 ตัน โดยการส่งออกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงโควต้าการส่งออกข้าว 50,000 ตัน ระหว่างรัฐบาลลาวกับจีน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาวระบุว่า จะส่งออกข้าวไปจีนมากขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดภายในปี 2564 อย่างไรก็ตาม การส่งออกข้าวไปจีนยังคงเป็นไปตามตามแผนที่วางไว้แม้จะเผชิญกับความท้าทาย จากการระบาดของโรคโควิด 19
โครงการก่อสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หลังจากมีการลงนามข้อตกลงการก่อสร้างเมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2563 โดยโครงการฯ มีมูลค่าการก่อสร้างรวมประมาณ 3.9 พันล้านบาท สปป. ลาวซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินกู้จากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ กับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) จะรับผิดชอบ 1.38 พันล้านบาท ใช้เวลาสร้าง 36 เดือน