หน่วยงานสำคัญในการติดต่อธุรกิจ

ปี 2565 รัฐบาล สปป. ลาวตั้งเป้าหมายให้ GDP ขยายตัวร้อยละ 4.5

ในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ได้เห็นชอบร่างดำรัสว่าด้วยการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนงบประมาณแห่งรัฐ ประจำปี 2565 ซึ่งรัฐบาล สปป. ลาว กำหนดเป้าหมายปีนี้
ให้ GDP ประเทศขยายตัวร้อยละ 4.5 คิดเป็นมูลค่า 192.14 ล้านล้านกีบ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อคน 2,503 ดอลลาร์สหรัฐ และ GNI ต่อคน 2,358 ดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย การขยายตัวของภาคเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 คิดเป็นร้อยละ 16.7 ของ GDP ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 คิดเป็นร้อยละ 34 ของ GDP ภาคการบริการเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.5 คิดเป็นร้อยละ 38.9 ของ GDP และภาคภาษี-ศุลกากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 คิดเป็นร้อยละ 10.4 ของ GDP

สปป. ลาว เตรียมเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับจีนเพิ่มอีก 22 ชนิด

การเจรจาเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับประเทศคู่ค้าหลักเป็นงานสำคัญในการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตร
เพื่อทดแทนการนำเข้าและส่งออก และเป็นงานสำคัญตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
และการคลังของ สปป. ลาว ตามการรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ต่อที่ประชุมรัฐบาล
เปิดกว้าง ครั้งที่ 2 เมื่อเดือน ธ.ค. 2564

รัฐบาล สปป. ลาวอนุมัติให้ 19 บริษัทขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็ก

การส่งเสริมโครงการขุดค้นแร่ธาตุและแปรรูปแร่ธาตุ ระยะทดลองเป็นหนึ่งในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลังของ สปป. ลาว โดยในที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ปี 2564 ได้รายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติฯ ว่า ปัจจุบัน รัฐวิสาหกิจพัฒนาแร่ธาตุลาวได้ลงนาม MOU ร่วมกับบริษัท Hong Kong Tianyunda International Trade จำกัด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อตั้งโรงงานหลอมเหล็กกล้าลาว-จีน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน บนพื้นที่ 126 เฮกตาร์ เป็นระยะเวลา 8 เดือน (22 ก.ค. 2564 - 21 มี.ค. 2565) โดยรัฐวิสาหกิจพัฒนาฯ ถือหุ้นร้อยละ 20 มูลค่า 240 ล้านหยวน และบริษัท Hong Kong ถือหุ้นร้อยละ 80 มูลค่า 960 ล้านหยวน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ 19 บริษัท ใน 19 กิจการสามารถเริ่มการขุดค้นและแปรรูปแร่เหล็กได้ การดำเนินโครงการแร่ธาตุฯ (ระยะเวลาช่วงทดลอง 3 ปี) สถานะเดือน ต.ค. 2564 มีผู้สนใจและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขประมาณ 201 โครงการ ประกอบด้วย โครงการแร่เหล็ก 167 โครงการ แร่ทอง 17 โครงการ แร่ทองตกตะกอน 10 โครงการ และแร่อื่น ๆ 8 โครงการ โดยเฉพาะแร่เหล็กที่ได้ลงนามสัญญาแล้วจำนวน 16 โครงการ และสามารถชำระค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเข้างบประมาณมูลค่า 23.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงกลไก ขั้นตอนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการต่าง ๆ ให้เหมาะสม การจัดทำคู่มือแนะนำด้านวิชาการเกี่ยวกับการสร้างแผนคุ้มครองและติดตาม ตรวจตราสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการพัฒนาแร่ธาตุในช่วงการทดลองได้สำเร็จ รวมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณ ติดตาม ตรวจตราแผนคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโครงการลงทุนเพื่อจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญในปี 2565 ในรายงานดังกล่าวยังเน้นว่า รัฐบาล สปป. ลาวได้ออกดำรัสว่าด้วยการกำหนดเขตสงวนแร่ธาตุ ฉบับเลขที่ 308/นย ลงวันที่ 10 พ.ค. 2564 และรัฐบัญญัติว่าด้วยค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ฉบับปรับปรุง เลขที่ 002/ปปท ลงวันที่ 17 มิ.ย. 2564 แล้วเสร็จ ที่มา: นสพ. ประชาชน วันที่ 14 ม.ค. 2565 http://www.pasaxon.org.la/pdfs/932514-01-2022_compressed.pdf

พิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2565 ดร. อาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าครองนครหลวงเวียงจันทน์ เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เขตนิคมอุตสาหกรรม นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมี พลโท ไอ สุลิยะแสง ประธานกลุ่มบริษัทพงสะหวัน ผู้บริหารกลุ่มบริษัท พงสะหวัน จำกัด เจ้าเมือง รองเจ้าเมือง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

การประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 ดร. บุนเหลือ สินไซวอระวง รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมสรุปผลการคุ้มครองการเก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงและแนวโน้มปี 2565 โดยมีหัวหน้ากรม รองหัวหน้ากรม ผู้แทนกรมที่เกี่ยวข้องขององค์การกวดกาแห่งรัฐ กระทรวงป้องกันความสงบ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ธนาคารแห่ง สปป. ลาว ภาษี (ศุลกากร)-ส่วยสาอากรประจำนครหลวงเวียงจันทน์ ด่านภาษีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1  (หนองคาย-เวียงจันทน์) และสมาคมน้ำมันเชื้อไฟเข้าร่วม

ข้อคิดเห็นของผู้ประกอบการลาวเกี่ยวกับ RCEP

ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2565  จะเป็นความตกลงสำคัญในการส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุน ภายในกลุ่มอาเซียน รวมถึง สปป. ลาวด้วย

แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ สปป. ลาว

กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง สปป. ลาว ผลักดันการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุแผนงบประมาณของรัฐบาล สปป. ลาว ระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการคลัง โดยมีผลบังคับใช้จนถึงปี 2565  ซึ่งให้ความสำคัญลำดับต้นในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยง สปป. ลาว กับประเทศอื่น ๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการทำให้ สปป. ลาว เป็นประเทศที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอย่างมั่นคง

ปี 2564 ลาวส่งออกสินค้าเกษตรกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดร. สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงแผนการและการลงทุน สปป. ลาว
รายงานต่อที่ประชุมรัฐบาลเปิดกว้าง ครั้งที่ 2 ว่า ปี 2564 สปป. ลาวมีรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรกว่า
900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 82 ของตัวเลขที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็นการส่งออกกล้วย 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยางพารา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มันสำปะหลัง 196 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตงโม              26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอ้อย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การทดลองใช้งานท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วได้ประกอบพิธีทางศาสนาสำหรับงานเปิด
และทดลองใช้งานครั้งแรก โดยมีเครื่องบินของสายการบินลาวแอร์ไลน์ และลาวสกายเวย์เข้าร่วมการทดสอบการนำเครื่องขึ้นและลงจอด รวมถึงการทดลองใช้ระบบสื่อสารและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานฯ
ท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้ว ตั้งอยู่บ้านสีเมืองงาน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ล้อมรอบด้วยภูเขา ป่าไม้
และแม่น้ำโขง ห่างจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการขยาย
ทางรันเวย์ ปรับปรุงผังสนามบิน รวมทั้งก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและลานจอดรถ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างรวมทั้งหมด 149,000 ล้านกีบ และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน มี.ค. 2565
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถรองรับเครื่องบิน ATR และรองรับเที่ยวบินได้วันละ 1-2 เที่ยว
ซึ่งจะช่วยเพิ่มการสัญจรของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางในภูมิภาค โดยที่ผ่านมา
มีเพียงเครื่องบินขนาดเล็ก 50 ที่นั่งเท่านั้นที่สามารถลงจอดในแขวงบ่อแก้วได้ ดังนั้น รัฐบาลลาวจึงตั้งเป้าหมาย
ที่จะพัฒนาการเชื่อมต่อทางถนนและทางอากาศเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้มากขึ้น
ปัจจุบัน สปป. ลาว มีท่าอากาศยานหลัก ทั้งสิ้น 6 แห่ง ประกอบด้วย (1) ท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต
นครหลวงเวียงจันทน์ (2) ท่าอากาศยานนานาชาติบินปากเซ แขวงจำปาสัก (3) ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง แขวงหลวงพระบาง (4) ท่าอากาศยานอุดมไซ แขวงอุดมไซ (5) ท่าอากาศยานสะหวันนะเขต แขวงสะหวันนะเขต
และ (6) ท่าอากาศยานห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ปิดปรับปรุง)

อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 11,063 กีบ

ที่มา: นสพ. Vientiane Times วันที่ 29 ธ.ค. 2564

การประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนา MSMEs ปี 2564-2568

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564 นายบุนเถิง ดวงสะหวัน รองรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นประธานการประชุมทาบทามเปิดกว้าง (ร่าง) แผนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (MSMEs) ปี 2564-2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในร่างแผนพัฒนาฯ หลังจากนั้น คณะผู้จัดทำจะปรับปรุงเนื้อหาร่างดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนจะนำเสนอรัฐบาลพิจารณาเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยมีผู้แทนจากธนาคาร แห่ง สปป. ลาว สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม


Pages: Prev. 1 2 3 4 5 6 ... 74 Next

หน่วยงานภาคเอกชน

Coming soon